วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ทำกับข้าวเองเพื่ออนาคต

เพราะอาหารจานด่วนแบบแช่แข็งแสนสะดวก ที่หิวเมื่อไหร่แค่ใส่ไมโครเวฟ อุ่นแป๊บเดียวก็ได้กินเหมือนกับทำเอง จนคุณพ่อคุณแม่ยุคทำงานนอกบ้านเลือกให้เป็นอาหารครอบครัว

ดร.เฮเลน คูลต์ทาร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเดอ มองฟอร์ต ในอังกฤษ เก็บข้อมูลของเด็กๆ ในวัย 6 เดือน จำนวน 7,866 คน เป็นเวลานานกว่า 7 ปี พบว่า เด็กที่มาจากครอบครัวนักกินชอบทำอาหารกินเองที่บ้านนั้น จะมีแนวโน้มเติบโตเป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ใส่ใจเรื่องอาหารเป็นพิเศษ แถมยังเลือกกินผักผลไม้มากกว่าเด็กๆ ในครอบครัวที่ชอบซื้ออาหารสำเร็จรูปมากินกันเป็นประจำ เพราะเด็กๆ เหล่านี้ไม่เคยลิ้มรสอร่อยของผักผลไม้ที่แท้จริง จึงคิดไปเองว่ารสชาติก็คงเหมือนๆ กัน ส่งผลให้ระบบประสาทด้านการรับรู้รส จดจำเฉพาะสิ่งที่คุ้นเคย มองข้ามการกินอาหารสดใหม่ที่ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซ้ำร้ายพฤติกรรมการเข้าใจผิดนี้ ยังสืบทอดสู่รุ่นลูกหลานได้อีกด้วย
คอลัมน์ เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์

กำเนิดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

อาหารช่วยชีวิตเวลาหิวของใครหลายคน บางคนนำไปปรับปรุงดัดแปลงเพิ่มความน่าทานตามใจชอบ แต่บางท่านก็ทานเพราะความจำเป็น วันนี้จึงขอพาไปรู้จักกับที่มาที่ไปของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกัน

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือ "มาม่า" ที่คนไทยชอบเรียกกันจนเคยชิน อาหารสำเร็จรูปสุดสะดวก แทบทุกคนต้องเคยพึ่งพาเวลาไม่สามารถหาอาหารอื่น ๆ ทานได้ หรือบางท่านก็ตั้งใจปรุงใส่นั่นใส่นี่ หรือนำเอาไปผัดไปยำจนออกมาหน้าตาน่ารับประทาน แต่เคยรู้กันไหมว่า เจ้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนี้ มีต้นกำเนิดมาจากไหน

ผู้คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นมา คือ "อันโด โมโมฟุกุ" ชาวญี่ปุ่น ท่านเป็นผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทในกลุ่มนิชชิน ที่มาที่ไปก็มาจากในฤดูหนาวของโอซาก้า มีคนจำนวนมากต่างพากันไปต่อแถวรอกินราเม็นร้อน ๆ ท่ามกลางอากาศที่เย็นจัด อันโดรู้สึกเห็นใจจึงเกิดไอเดียบางอย่างขึ้น เมื่อปี ค.ศ.1958 โดยนำเส้นราเมนที่ได้จากการผสมกับน้ำซุปกระดูกไก่ มาทอดในน้ำมันปาล์มเพื่อไล่ความชื้นออกไป ทำให้เก็บไว้ได้นาน และแค่เพียงเติมน้ำร้อน เส้นก็จะคืนสภาพเดิม สามารถกินได้ทันที ไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มเติมเลย เพราะว่าเส้นผสมกับน้ำซุปกระดูกไก่แล้ว จึงเกิดอาหารที่เรียกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้น บรรจุอยู่ในชามที่เรียกกันว่า "ด้ง" ซึ่งค่อนข้างใหญ่เทอะทะ ต่อมาในค.ศ. 1971 จึงพัฒนาให้รับประทานได้สะดวกยิ่งขึ้นในรูปแบบถ้วยสำเร็จรูปมีส้อมใส่ไว้ให้เสร็จสรรพ เวลาจะกินน้ำซุปก็สามารถยกถ้วยขึ้นมาซดได้เลย

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้รับความนิยมไปทั่วโลก เนื่องจากมีวิธีทำที่สะดวกคือเพียงแค่เติมน้ำร้อนก็ทานได้ทันที และที่สำคัญมีราคาที่ไม่แพง ในปัจจุบันมีหลากหลายรสชาติ แล้วแต่ผู้ผลิตแต่ละเจ้าจะคิดค้นขึ้นมาได้ และถึงแม้ "นิชชิน" จะเป็นเจ้าแรกของโลกที่ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นมา แต่ "มาม่า" เป็นยี่ห้อแรกที่คนไทยรู้จัก จึงเรียกกันจนติดปาก แม้จะมียี่ห้ออื่นเข้ามา แต่ก็ยังเรียกมาม่าจนถึงปัจจุบัน.

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แก้ปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับ

ฝนตกทุกวันแบบนี้ พ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลายคงมีปัญหากับการซักผ้าแล้วไม่แห้ง ผลที่ตามมาก็คือเสื้อผ้าเหม็นอับ ไม่อยากพบปัญหาดังกล่าว ลองดูวิธีต่อไปนี้

เสื้อผ้าเหม็นอับจากการซักแล้วไม่แห้ง ทำอย่างไรก็ไม่หาย หนีไม่พ้นต้องซักใหม่ บรรดาพ่อบ้านแม่บ้านอย่าเพิ่งเซ็งไป ให้ลองใส่น้ำส้มสายชูแท้ 5% ปริมาณ 3 ช้อนชา ในขั้นตอนการซัก เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียตัวการสร้างกลิ่นอับติดเสื้อผ้า วิธีนี้จะป้องกันปัญหากลิ่นเหม็นอับที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้ หรืออาจจะใช้วิธีนำสารส้มมาแกว่งในน้ำ แช่ผ้าที่เหม็นอับไว้หนึ่งคืน แล้วนำมาซักตากตามปกติก็ได้ วิธีนี้ก็จะทำให้กลิ่นเหม็นอับหายไปเช่นกัน และควรแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มทุกครั้งหลังการซัก เพราะนอกจากจะทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมตามปรารถนาแล้ว ก็สามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นจากเสื้อผ้าเหม็นอับได้ด้วย

แต่ถ้าหากต้องการเสื้อผ้าแห้งแบบทันใจ ให้นำชุดเก่งที่จะใช้แต่ดันไม่แห้ง ไปเป่าหลังคอมเพรสเซอร์แอร์ จะช่วยทำให้เสื้อผ้าแห้งเร็วขึ้นมาก หรือจะใช้ไดร์เป่าผมก็ได้ แต่จะได้ประสิทธิภาพไม่เท่า หรือในกรณีมีเครื่องซักผ้า ให้เลือกโหมดปั่นแห้งพร้อมทั้งใส่ผ้าขนหนูแห้ง ๆ ลงไปพร้อมกัน ผ้าขนหนูจะช่วยดูดความชื้นทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น หรือไม่ก็ใช้เตารีดรีดเพื่อทำให้ความชื้นของเสื้อผ้าระเหยไปโดยเร็ว แต่วิธีนี้แนะนำเฉพาะเวลาที่เสื้อผ้าเกือบที่จะแห้งแล้วเท่านั้น ไม่เช่นนั้นนอกจากจะเสียเวลา ยังเปลืองค่าไฟอีกด้วย.

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เคล็ดลับ ทำของทอดไม่อมน้ำมัน


เคล็ดลับทำของทอดไม่อมน้ำมัน
สำหรับผู้ที่ไม่ชำนาญแล้ว การทำอาหารเมนูทอดมักจะเกิดปัญหาอมน้ำมัน วันนี้มีเคล็ดลับการทอดอาหารให้กรอบอร่อยไม่อมน้ำมันมาฝาก

อาหารเมนูทอด เป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คนก็จริง แต่ก็มีอันตรายด้วย จากการที่ได้รับน้ำมันมากเกินไป เพราะฉะนั้นเวลาทำอาหารประเภทนี้ จึงควรรู้เคล็ดลับการประกอบอาหารไม่ให้อมน้ำมัน เพื่อรสชาติที่อร่อย และสุขภาพที่ดี

โดยพระเอกของงานนี้ก็คือ "น้ำส้มสายชู" เพียงหยดน้ำส้มสายชูลงในน้ำมันเล็กน้อย จะทำให้เมนูทอดมีรสชาติดีขึ้น ไม่เลี่ยน และไม่อมน้ำมันด้วย ส่วนถ้าใครอยากได้อาหารทอดที่กรอบนาน ไม่เหม็นหืน แนะนำให้ใช้น้ำมันเมล็ดฝ้ายในการทอด เพราะน้ำมันชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยให้อาหารทอดเก็บไว้ได้นาน แถมยังมีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำอีกด้วย

ส่วนเคล็ดลับเวลาประกอบอาหารก็คือ ต้องรอให้น้ำมันร้อนจัดเสียก่อน จึงค่อยใส่อาหารที่ต้องการลงไปทอด เพราะถ้าทอดนาน ๆ แล้วใช้ไฟอ่อน อาหารจะอมน้ำมัน และเมื่อสุกแล้วควรจะมีตะแกรงเพื่อให้น้ำมันหยดออกจากอาหาร และใช้กระดาษซับน้ำมันด้วยก็จะดีมาก

อีกอย่างหนึ่งคือ คนที่ชอบพลิกอาหารไปมาระหว่างทอดโดยไม่จำเป็น ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการอมน้ำมัน ควรรอให้สุกเหลืองไปด้านหนึ่งก่อน ค่อยพลิกกลับมาทอดอีกด้าน

แถมให้นิดนึงสำหรับคนที่ชอบทอดเฟรนช์ฟรายทานเอง ซึ่งมักประสบกับปัญหาอมน้ำมันอยู่บ่อย ๆ เพียงแค่นำเฟรนช์ฟรายไปแช่แข็งก่อนนำไปทอด จะทำให้เฟรนช์ฟรายกรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน.

พัฒนาไอคิวด้วย“ผัก-ผลไม้”


พัฒนาไอคิวด้วย“ผัก-ผลไม้”
บำรุงสมองก่อนเรียนด้วยเมนูจาก “ผัก-ผลไม้” ใกล้ตัว เตรียมง่ายไม่ยุ่งยาก ทานประจำทำสมองแล่น

“โภชนาการอาหารที่ดี” เป็นปัจจัยสำคัญช่วยสมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะมื้อเช้า ก่อนเข้าเรียน และใช้ความคิดระหว่างวัน จำเป็นต้องบำรุงสมองให้รู้สึกกระฉับกระเฉง แม้จะเป็นมื้อรีบเร่ง แต่ไม่ควรมองข้ามเมนูที่มี “ผัก-ผลไม้” เพราะบางประเภทมีคุณสมบัติดีต่อความจำสุด ๆ

1.แซนวิชทูน่าผักโขม ใน “ผักโขม” อุดมด้วยวิตามินอี โฟเลต ช่วยชะลอปัญหาความจำเสื่อม อัตราการเปลี่ยนแปลงของความจำช้าลง

2.ผัดบรอกโคลีหมูสับ ใน “ผักบรอกโคลี” ให้สารอาหารจำพวกวิตามินเอ, บี, ซี แคลเซียม โฟลิก ฟอสฟอรัส เหล็ก ไฟเบอร์ ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ บำรุงเซลล์สมองให้ทำงานเชื่อมโยงกันดียิ่งขึ้น

3.ผัดมะกะโรนีใส่ไก่ และมะเขือเทศ ใน “มะเขือเทศ” มีวิตามิน B1 ช่วยลดอาการอ่อนล้าของสมอง ส่วนสารแอนตี้ออกซิแดนท์อย่างไลโคพีน จะป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายของอนุมูลอิสระที่พบในอาการของโรคอัลไซเมอร์

4.“กล้วยหอม ส้ม และแคนตาลูป” มีไฟเบอร์ วิตามิน ช่วยกระตุ้นความตื่นตัวของสมอง สำหรับกล้วยหอมหากทานเวลากลางวัน จะทำให้รู้สึกสดชื่น และตื่นตัว

5.“ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่” มีวิตามินซี ไฟโตนิวเทรียนต์ ที่ทำให้อนุมูลอิสระหมดฤทธิ์ ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ระบบประสาท ป้องกันอาการความจำสั้น และพัฒนากล้ามเนื้อสมอง

“พลังสมองดี” เริ่มต้นง่าย ๆ ที่ “อาหาร” ข้างต้น หมั่นทานเป็นประจำ โดยสามารถประยุกต์เป็นเมนูหลายแบบได้ตามชอบ แล้วจะสัมผัสได้ถึงคำกล่าวที่ว่า “You are what you eat” บอกลาอาการอ่อนเพลีย อารมณ์เสีย ไม่มีสมาธิในการเรียนไปเลย.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ถ้าไม่อยากถูกขึ้นชื่อว่า "แร๊งงส์" ต้องอ่าน

จ้าแม่เฟซบุ๊ค ตัวเจ๊ทวิตเตอร์ ..ถ้าไม่อยากถูกขึ้นชื่อว่า "แร๊งงส์" ต้องอ่าน
หลายคนมักอยู่ติดกับหน้า เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อัพเดทมันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งรูป ทั้งสเตตัสแบบเรียลไทม์ ..แต่เอ๊ะ ..?? เคยหยุดคิดกันหรือเปล่า ว่าการทำตัวสาธารณะซะขนาดนี้น่ะ มันทำให้อิมเมจของคุณเป็นยังไงในสายตาคนในสังคมออนไลน์

โพสต์แบบนี้ อย่าโพสต์ดีกว่า
"บางที การโพสต์อะไรไม่คิด ก็มาแว้งกัดเราได้ทีหลัง คนในสังคมออนไลน์มักจะแชร์ข้อมูลส่วนตัว หรือเรื่องงานมากเกินเหตุ จนทำให้คนอื่นมองว่า ไม่โปรฯ หรือไม่ก็ ดราม่าเกินเหตุ" (จาก โธมัส ทูดโฮป ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสังคมออนไลน์"

แถมเค้ายังบอกอีกว่า "การที่คุณมีเพื่อนสี่พันกว่าคนในเฟซบุ๊ค อาจทำให้ดูเหมือนว่าคุณเป็นคนตื้นๆ คบคนแค่ผิวเผิน เพราะใครแอดมาก็รับหมด หรือการที่คุณชอบอัพเดทสเตสัสถี่ยิบตลอดทั้งวัน ว่าทำอะไร ที่ไหน เช็คอินกันตลอด มันจะทำให้โพสของคุณน่าเบื่อ ไร้คุณภาพ..."

ตัวตนที่แท้จริงของคุณ
การสื่อสารแบบจริงใจ ตรงไปตรงมาทั้งต่อหน้าและออนไลน์ ยังไงๆ ก็ดีกว่าการโม้ ขี้โอ่ หรือพยายามสร้างภาพให้เป็นสิ่งที่ตัวเองไม่ใช่ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยความเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป โดยเฉพาะ...
- ด้านมืดๆ เช่น คำหยาบๆ .. ขอเถอะ อย่าปล่อยมาเต็มที่ กั๊กไว้บ้างก็ได้ หรือจะจิก จะกัดก็ขอแค่พอประมาณ อย่าเล่นมันทุกสเตตัส ทุกเม้นท์ เพราะมันจะเป็นตัวบ่งบอกคุณได้ดีเหลือเกิน
- ความคิดเรื่องงาน .. เกลียดเจ้านาย ไม่ชอบหน้าเพื่อนร่วมงาน อยากระบายกับเพื่อนให้ไปที่ Inbox ส่วนความเห็นที่ไม่ตรงกับเพื่อน โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ไม่ต้องขวานผ่าซากไปหมดทุกเรื่องก็ได้ เมื่อรู้สึกว่า มีแววว่าจะก่อสงครามระหว่างคอมเม้นท์แล้ว ควรหยุด!
- ภาพหลุดๆ ภาพมันส์ๆ .. อย่างทัวสาวซิ่งเจ็ดวันแปดผับ เมาไม่นับแบบนั้น เซ็นเซอร์กันหน่อย อย่าจัดเต็มเสียจนคุณแม่ต้องขอร้อง จังหวะนี้ถ้าเคยลงรูปที่ไม่ค่อยน่าดูไว้ ก็ไปตามเก็บลบๆ บ้าง แล้วอย่าลืม untag รูปคนที่ไปโผล่อยู่ในอัลบั้มของเพื่อนด้วย ก่อนที่หนุ่มคนนั้น หรือใครบางคนมาเห็น.. เด๊วจะหาว่าเรา ม่าย เตือน !
แต่อิมเมจออนไลน์ก็สร้างได้ไม่ยาก
เมื่อพลาดทำให้ชื่อเสียงเริ่มเสีย ..เราก็ใช่ว่าจะหาทางกู้คืนได้ไม่ยาก
แต่จะทำยังไง เปิด คลีโอ เดือนกรกฎาคม 54 อ่านกันนะจ๊ะ

13 อาการนี้ที่บ่งบอกว่า คุณน่ะ เหวี่ยงเข้าขั้น

13 อาการนี้ที่บ่งบอกว่า คุณน่ะ เหวี่ยงเข้าขั้น
1. หิวก็โมโห ง่วงก็โวยวาย
2. แฟนเข้าใกล้ผู้หญิงเป็นไม่ได้ เพื่อนก็เถอะ.. ฉันไม่ยอม ใครจะทำไม
3. เขาพูดจาไม่เข้าหูนิดหน่อย เป็นต้องปรี๊ดไปซะทุกเรื่อง
4. ตามลบรูปคู่ของเขากับผู้หญิงทุกคน
5. ใช้ความเงียบเข้าใส่ ทำตัวเย็นชา ประดุจราชินีน้ำแข็ง
6. งอนเมื่อใหร่ ไม่รับสาย ไม่โทรกลับ ยิ่งมิสคอลเยอะๆ ยิ่งสะใจ
7. ฉันที่แหละถูกเสมอ .. เธอน่ะผิด
8. โกรธหนักๆ ปิดมือถือหนีซะเลย
9. ตั้งสเตตัสแนวประชดชีวิตไม่เคยหยุด ทั้ง BB ทวิเตอร์ เฟซบุ๊ค
10. กรี๊ดๆๆๆ ไม่ได้ดั่งใจ โวยวาย ใส่ไม่ยัง
11. อารมณ์ขึ้นเมื่อใหร่ เหตุผลอะไรฉันก็ไม่ฟัง เข้าใจมั้ง
12. ปาข้าวของ คือ วิธีระบายอารมณ์ที่ชอบที่สุด
13. ทะเลาะกันเมื่อใหร่ ประชดด้วยสามคำนี้เสมอ "เลิกกันเถอะ!"
by : cleo

รักษาหวัดด้วยตนเอง


หน้าฝน อากาศเย็นชื้นและแปรปรวนบ่อย ผู้ที่ร่างกายอ่อนแออาจจะถูกโรคหวัดรุมเร้าได้ง่าย

จริงๆ แล้ว ไข้หวัดถ้าอาการไม่รุนแรงนัก สามารถเยียวยารักษาได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งยาที่มากไปด้วยสารเคมีหรือพบแพทย์ คอลัมน์ "Health Station" นิตยสาร "เฮลธ์พลัส" ฉบับ ก.ค.แนะวิธีรักษาหวัดด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

หัวหอมลดน้ำมูก : ใช้หอมแดงหรือหอมหัวใหญ่ ลอกเปลือกและทุบให้พอแหลก นำไปใส่ในภาชนะที่มีน้ำร้อน จากนั้นใช้ผ้าขาวบางคลุมไว้และสูดไอน้ำที่ลอยจากภาชนะนั้น จะช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก ช่วยลดน้ำมูก

ชะเอมเทศแก้ไอ : ใช้รากชะเอมเทศยาวประมาณ 2-4 นิ้ว นำไปต้ม แล้วดื่มทุกเช้า-เย็นติดต่อกันประมาณ 2-4 วัน จะช่วยบรรเทาอาการไอ

ฟ้าทลายโจรแก้เจ็บคอ : หากต้นฟ้าทลายโจรเริ่มมีดอกให้ใช้ทั้งต้นบนดินหรือใช้ใบจากต้นที่แก่แล้ว นำมาบดเป็นผงและปั้นเป็นลูกกลอนขนาดพอดี กินครั้งละ 3-6 เม็ด วันละ 3-4 ครั้งก่อนอาหาร หรือใช้ใบสด 1-3 กำมือ ต้มน้ำดื่มก่อนอาหาร 3 ครั้ง/วัน จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ

ล้างมือป้องกันหวัด : รู้หรือไม่? การล้างมือที่ถูกสุขอนามัย ช่วยป้องกันหวัดและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ถึง 75-80% การล้างมือที่ถูกวิธีคือใช้ฝ่ามือถูกัน ถูหลังมือและนิ้วถูซอกนิ้ว ฝ่ามือถูฝ่ามือและนิ้ว ถูซอกนิ้ว หลังนิ้วถูฝ่ามือ ถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบด้วยฝ่ามือ ปลายนิ้วมือถูขวางฝ่ามือ และถูรอบข้อมือ

การล้างมือบ่อยๆ จะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้กว่า 50%

คอลัมน์ เก็บเรื่องมาเล่า
ชนา ชลาศัย

ฝึกหัดภาษาอังกฤษ : It"s too bad


It"s too bad

สวัสดีน้องๆ ที่น่ารัก

Too bad หมายถึง แย่มากๆ เลวร้ายมากๆ โชคร้ายสุดๆ

Here are some examples
ลองดูตัวอย่างนะ

It"s too bad that you have to go. มันแย่สุดๆ ที่คุณต้องไป

It"s too bad we will not be there on time. น่าเสียดายเป็นที่สุดที่เราไปไม่ถึงที่นั่นทันเวลา

It"s too bad that tickets are all gone to that concert. แย่ที่สุดที่ตั๋วคอนเสิร์ตนั่นขายหมดเกลี้ยง

It"s too bad that my work has to lay off people. เลวร้ายจริงๆ ที่งานของผมคือการไล่คนออก

It"s too bad that you do not understand. มันแย่จริงๆ ที่คุณไม่เข้าใจ

ส่งท้ายด้วยวาทะของเพิร์ล เอส. บั๊ก (Pearl S. Buck) นักเขียนชาวอเมริกัน

If you want to understand today, you have to search yesterday.
ถ้าคุณต้องการทำความเข้าใจวันนี้ คุณต้องค้นหาเมื่อวานนี้

แล้วพบกันใหม่จ้า
คอลัมน์ ฝึกหัดภาษาอังกฤษ - พี่ปู

Kiccoro กับ Morizo


จริงมั้ย Kiccoro เหอ Morizo

สองตัวนี้เป็น Official Mascots ของงานครับ...

เจ้าตัวเล็ก Kiccoro นี่เป็น ตัวป่าแรกเกิด ( แปลตรงตัวจาก Forest Child ) ที่เกิดได้ไม่นาน ไฟ

แรง เต็มไปด้วยพลังแห่งหนุ่มสาว ต้องการที่จะได้เห็นและได้ลองทำอะไรทุกอย่าง และหวังที่จะ

ได้พบเพื่อนใหม่ (อย่างไอเต้?) ในงาน Expo ด้วยครับ..

ส่วนเจ้าตัวใหญ่ Morizo นี่ก็เป็นคุณปู่ของ Kiccoro เค้า ( Forest Grand Father ) ที่อาศัยอยู่ใน

ป่าใหญ่มาอย่างยาวนาน รู้ทุกอย่าง (จริงป่าว งวดหน้าออกอาราย ) แต่ก็ยังไม่สามารถละทิ้ง

นิสัยอยากรู้อยากเห็น เลยต้องไปงานนี้ด้วยอีกคนเป็นเพื่อนหลาน...

ว่าแล้วก็จูงมือกันไป... สองคน กับ สองตัว...

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ผู้ใช้กูเกิ้ลพลัสทะลุ 20 ล้านคน


ในเวลาเพียง 3 สัปดาห์นับจากเปิดตัว กูเกิ้ลพลัส โซเชี่ยลเน็ตเวิร์กของค่ายเสิร์จเอนจิ้นยักษ์ใหญ่ก็สามารถทำยอดผู้ใช้ได้สูงถึง 20 ล้านคน ซึ่งแม้แต่ผู้บริหารของกูเกิ้ลเองก็ไม่คาดว่าจะเติบโตได้เร็วขนาดนี้

วอลล์สตรีต เจอร์นัลรายงานว่า คอมสกอร์อิงก์ซึ่งสำรวจจำนวนการเข้าชมเว็บไซต์ประเมินว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์น้องใหม่แห่งนี้มีสมาชิกราว 20 ล้านคน ตั้งแต่เผยโฉมออกมา โดยรวมถึง 5 ล้านคนในสหรัฐ อย่างไรก็ตามคอมสกอร์ไม่มีข้อมูลว่านักท่องเน็ตแต่ละคนใช้เวลากับเว็บไซต์ดังกล่าวนานแค่ไหน

การขยายตัวของกูเกิ้ลพลัสสร้างความประทับใจให้กับผู้สังเกตการณ์หลายคน เพราะการใช้งานโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กข้างต้นต้องได้รับเชิญจากสมาชิกปัจจุบันเท่านั้น และบริษัทเจ้าของเองก็ยังไม่ได้ทำการตลาดนอกเหนือจากกลุ่มผู้ใช้เสิร์จเอนจิ้นกูเกิ้ล จีเมล์และบริการอื่นๆ 1 พันล้านคนต่อเดือน

แอนดรูว์ ลิบสแมน รองประธานฝ่ายวิเคราะห์อุตสาหกรรมของคอมสกอร์ยอมรับว่า "ผมไม่เคยเห็นอะไรโตอย่างรวดเร็วเช่นนี้" เว็บไซต์อื่นที่สามารถรวบรวมผู้ใช้จำนวนมากในระยะเวลาสั้นๆ ก็คือทวิตเตอร์ในปี 2552 แต่ก็ต้องใช้เวลาหลายเดือน

อย่างไรก็ตามกูเกิ้ลพลัสยังคงห่างไกลจากคู่แข่งเบอร์หนึ่งอย่างเฟซบุ๊คซึ่งมีผู้ใช้ 750 ล้านคนอีกโข รวมถึงทวิตเตอร์ที่มีสมาชิกลงทะเบียน 200 ล้านคนด้วย

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

8 อาการป่วยปุบปับ เตือนโรคร้าย


คนคงเคยมีอาการเจ็บป่วยแปลกๆ เกิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นอวัยวะส่วนที่มีอาการผิดสำแดงก็ดูเป็นปกติดี ส่งผลให้ทั้งตนเองและคนรอบข้างเกิดอาการจิตตก กังวลไปต่างๆ นานา เพราะไม่รู้ว่า อาการที่เกิดขึ้นแบบปุบปับเหล่านั้นเป็นสัญญาณของโรคใด มีความอันตรายมากน้อยแค่ไหน

ด้วยเหตุนี้เอง นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ มี 8 อาการ ที่มักเกิดขึ้นชนิดสายฟ้าแลบ พร้อมคำเฉลยของอาการแปลกๆ เหล่านั้น มาบอกให้ผู้อ่านเดลินิวส์ออนไลน์ได้ทราบ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และทราบถึงความรุนแรงของโรค

@@@@@

โรคแปลกที่ทำให้ท่าน “แปลบ” ขึ้นมาชั่วพริบตามีอยู่มากด้วยกัน แต่จะขอนำที่ควรรู้ทันและพบบ่อยมาฝากไว้ให้ดังต่อไปนี้ครับ

เห็นด้วยตา อาการเห็นแสงไฟแว้บในตาเหมือนแฟลชต้องระวัง “จอตา” ไว้ให้ดีว่าเริ่มมีขาดมีทะลุ ยิ่งร่วมกับอาการมองเห็นจุดดำลอยไปมาเวลามองเพดานขาวยิ่งเป็นสัญญาณอันตรายให้ไปถ่างขยายม่านตาตรวจดูน้ำวุ้นและจอตาดูสักทีดีกว่าครับ

ตาดับ จู่ๆโลกก็หายวับไป บางรายอาจเหมือนม่านดำค่อยๆ คลื่ลงมาคลุมจนดับสนิทหรือบางชนิดก็ดับปุบปับไปเลย อย่างนี้ถือเป็น “ฉุกเฉิน” ทางจักษุวิทยาให้รีบหาหมอตาโดยเร็วเพราะอาจบ่งถึงหลอดเลือดอุดตันในจอตาได้

เจ็บลงขา น่าตกใจเวลาเดินหรือก้มหลังแล้วมีเจ็บร้าว ให้สงสัยว่ามาจาก “เบื้องบน” กว่านั้นคือเส้นประสาทใหญ่หรือไม่ก็มาจาก “ไขสันหลัง” โดยตรงที่คงมีบางสิ่งมากดเช่นกระดูกสันหลังหรือก้อนหินปูนงอกมาจนบดเอาประสาทร้าวไป ในบางท่านถึงกับต้องผ่าตัดทีเดียวครับ

เลือดออกตา จู่ๆเกิดตาแดงไม่ธรรมดานั่นคือ “แดงฉาน” ราวหมึกแดงหกราดตาขาว อาการนี้เป็นสัญญาณไม่ดีว่าเส้นเลือดตาแตกซึ่งอาจพบได้ในคนที่เลือดออกง่ายหรือไม่ก็มีความดันโลหิตสูงไม่ควบคุม ต่อไปอาจมีรุมเร้าเข้าถึงเส้นเลือดสมองจนแตกได้เช่นกัน

สมองขาดเลือด เรียกโรคลมปัจจุบันเป็นโรคดุดันที่ทำให้กายขยับไม่ได้กลายเป็นอัมพาต สามารถเป็นในอายุน้อยได้ บางรายแขน-ขาอ่อนแรงไปซีกเดียว บางรายเป็นชั่วคราวแต่ก็ทำเอาตกใจขวัญบินทั้งที่กินเวลาไม่นาน แต่ถ้าเกิดอาการขึ้นไม่ว่าอย่างไรควรไปสแกนสมองตรวจดูว่ามีผู้ร้ายอยู่จุดใดครับ

แน่นลิ้นปี่ มีอาการกลางดึกนึกว่าจะไม่รอด อาการเช่นนี้อาจมีได้จากโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อนที่รักษาไม่หาย ทำให้จุกแน่นขึ้นมาได้ถึงอกจนหายใจไม่อิ่ม เป็นอาการที่มักชวนให้คิดถึงโรคหัวใจเสมอ ถ้าเผลอเป็นขึ้นมาอย่าตระหนกมากให้นอนนิ่งสักพักถ้าเจ็บมากขึ้นแล้วค่อยว่ากัน

เจ็บหน้าอก ยังไม่ต้องตกใจเพราะเจ็บอกจากหัวใจต้องมีอาการสามคือ เจ็บเหมือนถูกกดทับ,นับตอนเหนื่อยและเรื่อยไปแขนซ้าย ถ้าได้ครบให้รีบคิดถึงโรคหัวใจขาดเลือดทันที เพราะอาจมี “ช็อก”ได้ถ้าทิ้งนานครับ

โรควูบ จัดเป็นกลุ่มใหญ่เกิดได้จากแค่เป็นลมธรรมดาไปจนถึงจากอาการช็อกเพราะเสียเลือด คนป่วยโรควูบจะไม่รู้ตัว จู่ๆก็จะหมดสติไปเกิดได้จากน้ำตาลต่ำมากหรือจากเบาหวานที่มีอาการช็อกได้ บางรายเกิดจากหลอดเลือดสมองตีบตันหรือแตกครับ

@@@@@

แม้โรคที่ว่าจะไม่น่ารักเหมือนประกันที่มาไวแล้วก็ไปไวด้วย แต่บางอาการก็ช่วยเตือนเราได้ก่อนถูกโรคภัยไข้เจ็บเล่นงานหนัก เช่น ตาที่เห็นแสงวูบวาบขึ้นมาถือว่าช่วยเตือนให้ไปรักษาเนิ่นๆ ทันก่อนจอตาจะหลุด หรือเส้นเลือดตาแตกก็ต้องหยุดความดันที่พุ่งสูงให้ได้เสียก่อนที่จะไปแตกในสมอง.

เคล็ดลับดูแลให้รักแร้ขาว


เคล็ดลับดูแลให้รักแร้ขาว
อีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ผู้หญิงหมดความมั่นใจ นั่นคือ "รักแร้ดำ" ลองดูคำแนะนำต่อไปนี้ แล้วนำไปปรับใช้ เพื่อดูแลผิวใต้วงแขน

สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่อาจทำให้รักแร้ของสาว ๆ ดำ นั่นก็คือ สารเคมีจากโรลออนหรือสเปรย์ระงับกลิ่นกาย เพราะบางคนอาจใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนั้นดี แต่บางคนอาจใช้แล้วแพ้ จนทำให้ผิวใต้วงแขนดำคล้ำ หากประสบปัญหาเช่นนี้ ลองหยุดใช้สารเคมีเหล่านั้น แล้วหันมาใช้วิธีทางธรรมชาติดูดีกว่า เพื่อรักแร้ขาวเนียนมั่นใจ และไม่อายใครเวลาโชว์

เริ่มด้วยลองใช้มะขามเปียกแค่ปั้นเดียวก็พอ อาจนำไปผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย แล้วมาทาใต้วงแขนทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วค่อยล้างออก วิธีนี้ผิวใต้วงแขนจะทั้งขาวใสและเนียนนุ่มเลยทีเดียว หรือจะลองผสมมะขามเปียกกับนมสด แล้วพอกไว้ที่รักแร้ประมาณ 5 -10 นาที ทำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง รับรองขาวชัวร์

วิธีต่อมา หากมีมะนาวติดครัวไว้ ก็ให้นำมาถูรักแร้ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า เมื่อทำอย่างสม่ำเสมอ ก็จะได้รักแร้ขาวมั่นใจได้เหมือนกัน.

รวมสุดยอด เว็บค้นหา "คลิป"

ท่านผู้อ่านถามเข้ามาทางอีเมล์ว่า

มีคำแนะนำเกี่ยวกับเว็บไซต์ หรือ บริการในอินเตอร์เน็ต ที่รวบรวม-จัดทำหมวดหมู่สืบค้น "คลิปวิดีโอ" ทั้งของเมืองไทยและเมืองนอกเมืองนาดีๆ บ้างไหม?

ก็ต้องยอมรับนะครับว่า ปัจจุบันคลิปวิดีโอในโลกไซเบอร์มีมหาศาลจริงๆ

เรียกได้ว่า เริ่มมีมากมายก่ายกองเกินไปจนกลุ้มใจ ไม่รู้จะเลือกดูกันอย่างไรไหว

สำหรับเว็บที่ใช้บ่อยๆ อยู่ทุกวันนี้ และมีคุณภาพสูงพอสมควร อาทิ

www.bing.com/videos ของค่ายไมโครซอฟท์

video.google.com ของค่ายกูเกิ้ล

http://video.search.yahoo.com โดยยาฮู!

ทั้งหมดสามเว็บใหญ่ข้างต้นจะมีระบบให้เลือกหาทางช่วงเวลา ความยาวของคลิป และคุณภาพความละเอียดของคลิป

นอกจากนั้น ก็มีระบบ "พรีวิว" หรือ แสดงตัวอย่างของคลิปนั้นๆ ให้ดูพอเป็น ไอเดียด้วยว่า ใช่คลิปที่เราต้องการจะชมหรือไม่

ถ้าใช่..ก็คลิกเข้าไปชมต่อแบบเต็มๆ ได้เลย

ส่วนเว็บไซต์ที่โด่งดังทางด้านการทำดัชนี-จัดทำหมวดคลิปวิดีโอ ขอแนะนำ 3 เว็บไซต์

นั่นก็คือ "ทรูวีโอ" http://www.truveo. com/, "บลิงก์เอ็กซ์" http://www.blinkx. com/ กับ "คลิปบลาสต์" http://www. clipblast.com/

โดย 3 เว็บนี้จะรวบรวม-แบ่งหมวดหมู่-จัดประเภทคลิป ซึ่ง "ดึง" มาจากเว็บไซต์ดังๆ ทั้งหลายแหล่ที่เผยแพร่วิดีโออยู่ในโลกอินเตอร์เน็ต

แต่ละเจ้ารับประกันผลการสืบค้นข้อมูลคลิปได้เลยครับ ว่า ระบบเค้าดีจริง ไม่ได้โม้

อย่าง "คลิปบลาสต์" เป็นพันธมิตรกับสถานีชั้นนำหลายสถานีทีเดียว เช่น บีบีซี, ซีบีเอส, อีเอสพีเอ็น, พีบีเอส, ดิสคัฟเวอรี่แชนแนล, ช่องซีดับเบิลยู ขวัญใจคอซีรีส์, ฮิสทอรี่แชนแนล, เอ็มทีวี, เอชบีโอ ฯลฯ

หรือของ "บลิงก์เอ็กซ์" นั้นผู้พัฒนาเว็บ กล้าประกาศว่า มีคลิปรวมๆ กันแล้วดูได้ถึง 35 ล้านชั่วโมง

ขอให้มีความสุขกับการเลือกชมคลิปตามอัธยาศัยได้ ณ บัดนี้!

หมุนก่อนโลก
วิทยา ผาสุก wittayapasuk@hotmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ใช้ช้อนส้อมโต-ลดการกิน

ผู้ที่กำลังจำกัดอาหาร หากต้องการรับประทานให้น้อยลง นักวิจัยแนะให้ใช้อุปกรณ์รับประทานที่ใหญ่กว่าปกติ เช่น ส้อมที่มีขนาดใหญ่ การค้นพบนี้เป็นผลงานของนักวิจัยมหาวิทยาลัยยูทาห์ ในสหรัฐ

การทดลองทำขึ้นเป็นเวลา 2 วันในร้านอาหารอิตาลี ซึ่งมีการจัดโต๊ะอาหารแบบเต็มรูปแบบ โต๊ะหนึ่งใช้ส้อมขนาดใหญ่กว่าปกติ อีกโต๊ะใช้ส้อมขนาดเล็กกว่าปกติ พบว่า กลุ่มที่ใช้ส้อมใหญ่ เหลืออาหารในจานมากกว่า ซึ่งนักวิจัยคำนวณปริมาณอาหารจากน้ำหนักของจานอาหารที่เหลือกลับมายังครัว พบว่า โต๊ะที่มีส้อมขนาดใหญ่ อาสาสมัครรับประทานได้น้อยลงร้อยละ 20 ส่วนโต๊ะที่ใช้ส้อมขนาดเล็กกว่าปกติ รับประทานได้มากกว่าขนาดส้อมปกติ ร้อยละ 20 เนื่องจากส้อมขนาดใหญ่ ทำให้ผู้รับประทานเห็นความก้าวหน้าในการรับประทานว่า ยังเหลืออาหารอีกเท่าไร ส่วนส้อมเล็กทำให้ไม่เห็นความก้าวหน้า จึงยิ่งพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมายคือบรรเทาความหิว

ทำความสะอาดรอยสีบนผนังจากเจ้าตัวน้อย



บ้านไหนมีเด็กวัยกำลังซน คงหนีไม่พ้นนำดินสอสี สีเทียนมาเขียนผนังบ้าน จนทำให้บ้านดูเลอะเทอะ หากต้องการลบรอยเหล่านั้นลองทำตามวิธีต่อไปนี้

เด็กที่อยู่ในวัยกำลังเรียนรู้ มักจะชอบขีด ๆ เขียน ๆ แม้จะจัดหาสมุดอย่างดีมาให้เจ้าตัวน้อย แต่ก็ไม่วายแอบไปแสดงฝีมือวาดเขียนบนผนัง หากไม่อยากปิดกั้นจินตนาการของเด็ก แนะนำให้จำกัดพื้นที่ผนังส่วนหนึ่งไว้ให้โดยเฉพาะ แต่ถ้าหากเป็นส่วนของบ้านที่ต้องการความสะอาดล่ะ วันนี้มีวิธีแนะนำในการทำความสะอาดผนังบ้านที่เลอะจากฝีมือของเด็กน้อยมาฝาก

วิธีทำความสะอาดรอยดินสอหรือสีเทียนที่ติดบนผนัง ขั้นแรกเลยคือลองใช้ผ้าชุบน้ำร้อน มาลองเช็ดบริเวณเหล่านั้นก่อน ความร้อนจะทำให้รอยสีเหล่านั้นออกได้

แต่ถ้าหากวิธีแรกยังไม่ออก ลองนำสำลีชุบยาสีฟันมาเช็ดผลงานระบายสีของลูกน้อยดู แล้วค่อยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาด เพียงเท่านี้ก็สามารถกำจัดร่องรอยเหล่านั้นได้

อีกวิธีหนึ่งให้ใช้ เครื่องเป่าผม หรือ ไดร์ นั่นแหละ โดยเลือกลมร้อน จี้ตรงบริเวณที่เลอะสี เสร็จแล้วหาผ้าฝ้ายชุบน้ำสบู่บิดให้หมาด นำมาเช็ดถูตรงรอยเปื้อน รอยของสีนั้นก็จะจางหายไป.

dailynews

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เคล็ดลับเมนูไข่

"ไข่" ใช้ประกอบอาหารได้มากมายหลากหลายเมนู วันนี้มีเคล็ดลับให้เมนูไข่น่าทานและอร่อยเพิ่มขึ้น เข้าครัวมื้อต่อไป ต้องลองทำดู

ไข่ใช้ประกอบอาหารได้ง่ายแสนง่าย ทั้งไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม หรือ ไข่ตุ๋น ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับในการเพิ่มความอร่อยและความแปลกใหม่ให้กับเมนูไข่ของคุณ

วิธีทำไข่ต้มให้ไข่แดงเป็นยางมะตูม ใส่ไข่ในน้ำเย็นแล้วนำไปตั้งไฟจนเดือด จับเวลาตั้งแต่เริ่มต้นนานประมาณ 10 นาที แล้วตักขึ้นแช่ในน้ำเย็น แค่นี้ก็จะได้ไข่ขาวสุก และไข่แดงเป็นยางมะตูมแล้ว

สำหรับไข่ดาวจากแต่เดิมที่มักใช้ไข่ไก่ในการทอด ลองเปลี่ยนมาเป็นไข่เป็ดดู ไข่ดาวที่ได้จะน่าทาน และไข่แดงจะอร่อยเพิ่มขึ้น

วิธีการทำไข่ตุ๋นให้อร่อย ต้องมีน้ำต้มกระดูกใช้ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะต่อไข่ไก่ 1-2 ฟอง เพิ่มซอสปรุงรส 1 ช้อนชา แล้วเติมน้ำเปล่าเล็กน้อย ตีให้เข้ากัน นำไปนึ่งประมาณ 10-15 นาที แค่นี้ก็ได้ไข่ตุ๋นแสนอร่อยแล้ว แต่ถ้าอยากลองพลิกแพลงเมนู แทนที่จะใส่น้ำ แนะนำให้ใส่น้ำข้าวลงไปแทน หรือใส่นมสดรสจืด หรือน้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาลก็ได้ จะได้รสชาติของไข่ตุ๋นที่แตกต่างกันออกไป ชอบไม่ชอบต้องลอง

ถ้าอยากทอดไข่เจียวให้ฟูน่ากิน ต้องตอกไข่ใส่ถ้วย ปรุงรสตามใจชอบ แล้วบีบน้ำมะนาวลงไป 2-3 หยด แล้วตีให้เข้ากัน ทอดลงในน้ำมันร้อน ก็จะได้ไข่เจียวที่ฟูและนุ่มน่ารับประทานแล้ว.

เคล็ดลับ สมองดีไม่มีฝ่อ

กระตุ้นเซลล์สมองให้ออกกำลังด้วยกิจกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน ลดอาการสมองถดถอย โดยไม่ต้องพึ่งยา

ร่างกายยังต้องการ “การออกกำลัง” เพื่อให้แข็งแรง สมองก็เช่นกัน เมื่อน้อง ๆ อยากใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เฉียบแหลม มีความจำเข้าขั้นดี ก็ต้องหมั่นบริหารเซลล์สมอง ทั้งนี้ ผลวิจัยในต่างประเทศพบว่า การใช้สมองทำงานหนักเพียงด้านเดียว จะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้น และลดลงในกระบวนการสร้างเครือข่ายประสาทด้วย ดังนั้น ควรใช้สมองทำงานให้หลากหลาย ง่าย ๆ ด้วยกิจกรรมต่อไปนี้

เริ่มจาก การใช้มือข้างที่ไม่ถนัด ถ้าเคยชินกับการเขียนมือขวา ลองใช้มือซ้ายหัดเขียนบ้าง ในทำนองเดียวกัน การเปลี่ยนมือจับเมาส์ จับแปรงสีฟัน จับหวี จับไม้กวาด หรือใช้มือข้างที่ไม่ถนัดตักอาหาร รวมถึงการหยิบจับของที่เห็นอยู่ด้านซ้ายด้วยมือซ้าย และหยิบจับของที่เห็นอยู่ด้านขวาด้วยมือขวา ล้วนเป็นวิธีกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว ฝึกสมาธิ และใช้สติได้อย่างดี

เปลี่ยนความจำเจ ถ้าถนัดการคำนวณ ลองฝึกในเชิงศิลปะบ้าง เช่น เล่นดนตรี วาดภาพ ทำอาหาร ทำขนม ในทางกลับกัน หากถนัดด้านศิลปะ ลองนับเลขถอยหลัง เรียนการใช้ลูกคิด หรือเล่นเกมส์ปริศนาอักษรไขว้บ้าง นอกจากนี้ ระหว่างวันหากต้องนั่งเรียนเป็นเวลานาน หลังเลิกเรียนควรหากิจกรรมกระตุ้นการเคลื่อนไหว เช่น ออกกำลังกาย หรือเต้นรำ เป็นต้น จะทำให้เซลล์ประสาทตื่นตัว และจิตใจผ่อนคลายหายเครียดได้ด้วย

นวดปุ่มขมับ โดยใช้นิ้วนวดขมับเป็นวงกลม ประมาณ 30 วินาที ระหว่างนั้น ให้กวาดสายตาจากซ้ายไปขวา และจากบนลงล่าง จะช่วยกระตุ้นระบบประสาท และเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองส่วนการมองเห็น ทั้งยังทำให้สมองซีกซ้าย-ขวา ทำงานสมดุล

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังข้างต้น แม้เพียงเล็กน้อย แต่หากฝึกบ่อย ๆ ก็สามารถพัฒนาเซลล์สมองให้ทำงานเชื่อมโยงกันมากขึ้น เพราะกล้ามเนื้อสมองด้านที่ไม่ถนัดนั้น ถูกพัฒนาให้มีความว่องไวขึ้นนั่นเอง จึงช่วยลดอาการสมองถดถอย อันเป็นที่มาสู่ปัญหาสมองฝ่อได้.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ทำ 'แผลแห้ง-แผลเปียก' ถูกวิธี


เวลาเกิดอุบัติเหตุจนทำให้บาดเจ็บและเป็นแผล สิ่งที่จำเป็นอย่างมากก็คือ การทำแผลเพื่อป้องกันเชื้อโรค และยังถือเป็นการรักษาอาการบาดเจ็บด้วย ทว่าการทำแผลนั้นก็ต้องทำให้ถูกต้อง เหมาะสมกับสภาพแผล เพื่อให้แผลหายเร็ว และลดความเสี่ยงเกิดอักเสบติดเชื้อ

โดยแผลนั้น มี 2 ประเภท คือ แผลแห้ง เป็นแผลที่มีลักษณะปิด ไม่มีการอักเสบ และไม่มีสิ่งขับหลั่งออกมาจากแผล อีกประเภทเรียกว่า แผลเปียก มีลักษณะเป็นแผลเปิด มีการอักเสบ มีสิ่งขับหลั่งออกมาจากแผล เช่น เลือด น้ำหนอง

การทำแผลและการปิดแผลของแผลแห้งกับแผลเปียกจะต่างกัน ครั้งนี้ขอแนะวิธีทำแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุใกล้ตัว อาทิ หกล้มจนผิวหนังถลอก ถูกของมีคมบาด เริ่มจากการทำแผลแห้ง ให้ใช้สำลีประมาณ 2-3 ก้อน หรือมากน้อยกว่านี้ตามขนาดของแผล ชุบแอลกอฮอล์ 70% เช็ดลงที่แผลเบาๆ ด้วยเทคนิคเช็ดให้ชิดขอบแผลและวนออกนอกแผลให้ห่างออกไปอีกราว 2-3 นิ้ว จากนั้นปิดแผลด้วยผ้าก็อสที่ยึดกับผิวด้วยเทปกาวติดแผลหรือแผ่นพลาสเตอร์ โดยติดตามแนวขวางลำตัว

สำหรับการทำแผลเปียก เริ่มด้วยการเช็ดแผลด้วยแอลกอฮอล์ 70% เช่นเดียวกับการทำแผลแห้ง ต่อด้วยการใช้สำลีชุบน้ำเกลือ บางครั้งเรียก โซเดียมคลอไรด์ ช่วยในการกระตุ้นการงอกขยายของเซลล์ใหม่และไม่ทำลายเนื้อเยื่อ หรือใช้ทิงเจอร์ไอโอดีน กรณีที่เป็นแผลถลอก เนื่องจากสามารถฆ่าได้ทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส แต่ด้วยความเข้มข้นของทิงเจอร์ไอโอดีน อาจทำให้ผิวแสบไหม้ได้ ดังนั้น หลังจากใช้ทิงเจอร์ไอโอดีนเช็ดแผลผ่านไป 90 นาที ให้เช็ดตามด้วยแอลกอฮอล์ 70% เพื่อลดการระคายเคือง

หรืออาจใช้เบตาดีนแทนทิงเจอร์ไอโอดีนได้ เนื่องจากมีฤทธิ์ที่อ่อนกว่า และไม่ทำปฏิกิริยาต่อสิ่งขับหลั่ง กรณีที่แผลเปียกมีความสกปรกมาก และมีสิ่งขับหลั่งพวกหนองหรือลิ่มเลือด ควรใช้น้ำยาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

ในขั้นตอนการนำสำลีไปชุบน้ำยาที่กล่าวไปนี้ เพื่อเช็ดแผลก็เพื่อฆ่าเชื้อโรค ดูดซับสิ่งขับหลั่ง ให้ความชุ่มชื้นแก่เนื้อเยื่อ

ปิดท้ายการทำแผลเปียกด้วยการใช้ผ้าก็อสหุ้มสำลีเพื่อซับสิ่งขับหลั่ง ยึดติดกับผิวหนังรอบๆ ด้วยเทปกาวติดแผลหรือแผ่นพลาสเตอร์ โดยติดตามแนวขวางลำตัวเช่นกัน.

ฝึกหัดภาษาอังกฤษ : Drink

Drink
สวัสดีน้องๆ ที่น่ารัก เวลาไปร้านอาหารกับเพื่อน นี่คือประโยคง่ายๆ เอาไว้ลองถามว่าอยากได้เครื่องดื่มอะไร

What would you like today? อยากดื่มอะไรดีวันนี้

What will it be? จะดื่มอะไรดีล่ะ

What do you guys want today? พวกนายอยากกินอะไรวันนี้

หรือถ้าอยากจะเลี้ยงเครื่องดื่มเพื่อน พูดว่า
Hey, let me buy you a drink. เฮ้ย ให้ฉันเลี้ยงเอง What do you want? เอาอะไรดีล่ะ

เพื่อนอาจตอบว่า Orange juice would be good. ได้น้ำส้มก็จะดี

ส่วนถ้าอยากถามพนักงานในร้านให้พูดว่าวันนี้มีอะไรพิเศษไหม ถามว่า
Is there any special today?

ส่งท้ายด้วยวาทะของ อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln)

You cannot escape the responsibility of tomorrow by evading it today. คุณไม่สามารถหลบเลี่ยงความรับผิดชอบของพรุ่งนี้ ด้วยการหลบหลีกในวันนี้ได้

แล้วพบกันใหม่จ้ะ
คอลัมน์ ฝึกหัดภาษาอังกฤษ / พี่ปู

โอว์ลิ่ง (Owling)


สงสัยการทำท่าแพลงกิ้งถ่ายรูป จะล้าสมัยเสียแล้ว เพราะตอนนี้ท่าเลียนแบบ "นกฮูก" ที่เรียกว่า โอว์ลิ่ง (Owling) กำลังมาแรงแซงโค้ง นักเล่นเน็ตทั้งในสหรัฐ ออสเตรเลีย และอังกฤษ ต่างฮิตแอ๊กท่าดังกล่าวกันเอิกเกริก เพราะทำได้ง่ายในหลายสถานที่ ไม่น่าจะสกปรกเท่านอนกับพื้นอย่าง "แพลงกิ้ง" ไม่ต้องใช้แรงกระโดดเหมือน "เลวิเทติ้ง" ไม่ต้องนั่งลงทั้งตัวอย่าง "พับเพียบไทย" เพราะแค่นั่งยองๆ ลงไป คุณก็อินเทรนด์ได้ทันที

และประเมินว่าขณะนี้มีคนเล่นท่าโอวลิ่งไปแล้วกว่า 1,000 พันราย หลังจากที่ท่านี้เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ต้นกำเนิดเชื่อว่ามาจากออสเตรเลีย

ยังไงก็ระวังอย่าปีนไปทำท่า โอว์ลิ่ง ในที่สูงนักล่ะ เดี๋ยวตกลงมา จะหาว่าฮูกไม่เตือน กรู้ๆ

http://www.facebook.com/pages/Owling/182608258465224

อภิมงคลแต่งนาเดียพิธียิ่งใหญ่


แต่งแล้วดาราพิธีกรสาวชื่อดัง 'นาเดีย-ม.ล.อภิมงคล' จัดพิธียิ่งใหญ่ทั้งอิสลามและไทยที่โรงแรมโอเรียนเต็ล สินสอดมีครบทั้งทอง-เพชร-เงินสด ฝ่ายแม่เจ้าสาวใจป้ำยกให้เป็นสินสมรส เพื่่อนดาราแห่มาเพียบ ม.ร.ว.จัตุมงคล-มาร์ค เป็นประธาน เจ้าสาวเผยอยากมีลูกเลย แต่ปล่อยตามธรรมชาติ 3 คน
เมื่อวันที่ 18 ก.ค ที่ ห้อง รอยัลบอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ดาราพิธีกรสาวชื่อดัง นาเดีย นิมิตรวานิช และม.ล.อภิมงคล โสณกุล หรือฉายาหล่อจิ๋ว อายุ 33 ปีเท่ากัน นักการเมืองชื่อดัง ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าพิธีมงคลสมรส ในช่วงเช้า ตามประเพณีศาสนาอิสลาม โดยมีโต๊ะอิหม่าม มาทำพิธีและอวยพร ทั้งนี้สินสอดทองหมั้นมีทั้งเครื่องทอง-เครื่องเพชร แหวนเพชร 3 กะรัตและเงินสดจำนวนหนึ่ง ที่ทั้งคู่ไม่ขอเปิดเผย โดยเจ้าบ่าวกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่ามีญาติผู้ใหญ่และเพื่อน ๆ ในวงการมาร่วมพิธี สินสอดแม่นาเดียได้ยกให้เป็นทรัพย์สินสมรส และมีเจ้าหน้าที่เขตบางรักมาจดทะเบียนสมรสให้ ท่ามกลางความชื่นมื่นของทางญาติทั้งสองฝ่าย แต่ไม่ได้เชิญสื่อมวลชนแต่อย่างใดและต่อมาในเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมดังกล่าวทาง ม.ล.อภิมงคล ได้ขับรถโบราณแบบเปิดประทุน สีแดง มาในชุดสูทสีเข้มโดยมีนางเอกสาวนั่งเคียงคู่มาในชุดราตรีสีขาวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
ต่อมานาเดียได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตอนแรกไม่รู้สึกตื่นเต้น รู้สึกเหมือนมาทำงานวันหนึ่งเท่านั้น แต่พอตอนเช้าเจอผู้คนที่มาร่วมงาน มีแต่คนที่รักทั้งเพื่อนสนิท ญาติพี่น้อง ก็รู้สึกว่าเป็นงานของตัวเองก็ตื้นตันใจ ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางเจ้าบ่าวพิชิตใจ นาเดียได้อย่างไร เจ้าสาวกล่าวว่า ที่แพ้ใจเพราะทางเจ้าบ่าวรักนาเดียแล้วก็รักแม่กับน้องของนาเดียด้วย ด้านเจ้าบ่าวกล่าวเสริมว่า นาเดียเป็นคนที่อยู่กับแม่และน้องมาตลอด ตนรับรองว่าต่อแต่นี้ไป ตนจะเป็นผู้ชายคนแรกในครอบครัวด้วย เมื่อถามถึงการวางแผนจะไปฮันนีมูนหรือไม่ นาเดียกล่าวว่าคงยังไม่ไปเพราะทางเจ้าบ่าวยังติดภารกิจทางการเมือง และในส่วนเรื่องการทำงานในวงการบันเทิงทางเจ้าบ่าวก็ไม่ได้ห้าม ถามถึงการวางแผนครอบครัว ทางเจ้าสาวกล่าวต่อว่าทางเจ้าบ่าวอยากมีคนเดียวแต่ตนอยากมี 3 คนและไม่เกี่ยงว่าเป็นหญิงหรือชายและปล่อยตามธรรมชาติไม่คุมกำเนิด ทั้งนี้ในช่วงค่ำได้มี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธีด้วย
สำหรับแขกที่มาร่วมงาน อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายบรรหาร ศิลปอาชา,อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ ควงคู่มากับ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ, กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ,เทย่า โรเจอร์, วู้ดดี้ มิลินทจินดา, หนุ่ม-กรรชัย และเหล่าศิลปินเพื่อนดาราอีกมากมาย ทั้งนี้ทางเจ้าภาพไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปในงาน.

คำแนะนำในการเลิกเหล้าเข้าพรรษา

ช่วงเข้าพรรษาแบบนี้ หลายท่านตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะงดเหล้า เลิกเบียร์ ละเว้นอบายมุข วันนี้จึงมีคำแนะนำในการงดแอลกอฮอล์มาฝาก

การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มนุษย์เราขาดสติ จนอาจไปก่อปัญหาสังคม ปัญหาอาชญากรรม หรือที่สำคัญอุบัติเหตุ หลายหน่วยงานได้มีมาตรการในการรณรงค์ให้ลด ละ เลิกอบายมุขสิ่งเสพติดต่าง ๆ ในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือนนี้ ท่านใดสนใจ แต่รู้สึกว่าปฏิบัติได้อย่างยากลำบาก ลองอ่านคำแนะนำดังต่อไปนี้

1. ทบทวนถึงส่วนดีและส่วนเสียของเหล้าว่ามีอะไรบ้าง ลองนึกย้อนกลับไปยังอดีตเทียบเคียงกับประสบการณ์จริงของตนเอง ว่าตอนดื่มหรือไม่ดื่มแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร

2. ระลึกถึงครอบครัวที่ท่านรักและเคารพ อันได้แก่ ลูก สามี ภรรยา พ่อ แม่ และนึกถึงภารกิจหรือภาระรับผิดชอบของตนเองที่มีต่อพวกเขาเหล่านั้น แล้วตัดสินใจว่าจะดื่มต่อไปหรือจะหยุดดี ถ้าจะดื่มต่อไป แล้วเมื่อไรจะเลิก หรือว่าจะดื่มจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

3. ถ้าจะหยุดและคิดจะเลิก ให้คิดว่าจะทำอย่างไรดี ให้จิตใจเข้มแข็ง สัญญากับผู้ที่ท่านรักว่าจะเลิกดื่ม โดยค่อย ๆ ทำ จนสามารถเลิกขาดได้ในที่สุด

4. การเลิกเหล้ามีหลายวิธี เช่น การใช้การบำบัดทางจิตสังคม ได้แก่ จิตบำบัดรายบุคคล จิตบำบัดแบบกลุ่ม และการใช้ยา มีสถานบริการทั่วไป ในทุกโรงพยาบาลของรัฐ นอกจากนั้น ยังมีศูนย์บำบัดรักษายาเสพติด ซึ่งเป็นสถานบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในการบำบัดรักษาผู้ที่มีปัญหาจากการใช้สุราอีกด้วย

5. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ พยาบาล ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านอดเหล้าอย่างเคร่งครัด วางตัวให้ห่างจากขวดเหล้า และห่างจากเพื่อนกินเหล้า หันมาคบกับเพื่อนกลุ่มที่สนใจกับกิจกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬา ดนตรี สิ่งดี ๆ ที่ท่านชอบ หรือสิ่งที่ทำให้ท่านหลุดพ้นจากอิทธิพลของเหล้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้ที่ต้องการเลิกเองด้วย ว่ามีความตั้งใจหรือความพยายามมากน้อยเพียงใด.

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

หนุ่มออฟฟิศจีบ เพราะเบื่อ

ถ้าหนุ่มออฟฟิศเดียวกับคุณส่งยิ้มข้ามห้องมาให้หรือพูดคุยด้วยตอนเจอกันที่ตู้กดน้ำดื่ม สาวๆ อย่าเพิ่งทึกทักว่าหนุ่มมีใจให้เพราะนักวิจัยมหาวิทยาลัยเซอร์เรย์ อังกฤษ ค้นพบว่า หนุ่มๆ ทำไปเพราะเบื่อหน่ายเท่านั้น

โดยจากการสอบถามความคิดเห็นผู้ชายและผู้หญิง 200 คน อายุระหว่าง 21-68 ปี เรื่องการเกี้ยวพาราสีในที่ทำงาน พบว่า ไม่ได้มีความหมายเชิงชู้สาวเสมอไป ผู้ชายหลายคนในที่ทำงานทักทายสาวๆ เพียงแค่อยากผ่อนคลายความเบื่อหน่าย ขณะที่ผู้หญิงที่ทักทายหนุ่มๆ เพราะรู้สึกมีความสุขในการทำงานของตัวเอง

ชาดี มูสซา นักจิตวิทยาเชิงธุรกิจ กล่าวว่า งานวิจัยก่อนหน้านี้ชี้ว่าคนเราจะพูดจาหยอกล้อเกี้ยวพาเพศตรงข้ามจากหลายเหตุผล ทั้งเพิ่มความเชื่อมั่นในตัวเอง เพื่อความสนุก หรือเพื่อความโรแมนติก

"ถ้าผู้ชายรู้สึกว่างานน่าเบื่อ พวกเขาจะทำตัวเฟลิร์ตเพื่อสร้างความบันเทิง แต่ยังไม่แน่ชัดว่าการหยอกล้อสาวๆ จะทำให้หนุ่มออฟฟิศเกิดความพึงพอใจหรือช่วยให้ทำงานของตัวเองได้ดีขึ้นหรือไม่" มูสซากล่าว

แตงกวากับความงาม

"แตงกวา" ไม่ได้มีดีแค่เป็นอาหาร แต่ยังมีประโยชน์มากมายต่อสาว ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับความงาม อยากรู้ว่าทำอะไรได้บ้างต้องอ่าน

เนื่องจากแตงกวาเป็นผักที่ให้ความชุ่มชื้นสูงมาก กล่าวคือ มีน้ำเป็นองค์ประกอบถึงร้อยละ 96 จึงหนีไม่พ้นในการถูกนำมาค้นคว้าวิจัยเพื่อผลทางด้านความงาม แต่ทราบไหมว่าแค่แตงกวาเปล่า ๆ ไม่ต้องผ่านกรรมวิธีอะไรที่ยุ่งยาก ก็สามารถเพิ่มความงามให้แก่ร่างกายคุณได้แล้ว ดังที่จะบอกต่อไปนี้

หากนำแตงกวามาบดให้ละเอียด (ใช้เครื่องปั่นก็ได้) แล้วนำผ้าขาวบางมากรองเอาแต่น้ำ แล้วนำน้ำแตงกวาที่ได้มาถูตัว จะช่วยทำให้ผิวสะอาด และไม่แห้งเป็นขุย

นำเนื้อแตงกวาที่ผ่านการขูดจนเป็นฝอย พอกบริเวณใบหน้าและลำคอ เป็นเวลาประมาณ 15-20 นาที ช่วยป้องกันผิวหน้าแห้ง และป้องกันการเกิดสิวและสิวหัวดำ หากใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง แต่คนผิวหน้ามันไม่ต้องน้อยใจไป แตงกวาก็ช่วยได้เช่นกัน โดยนำน้ำมะนาวและน้ำลอยกลีบกุหลาบมาผสมกับน้ำแตงกวาคั้น แล้วทาบนผิวหน้า แค่นี้สาวผิวมัน ก็จะได้ใบหน้าที่สดใสแล้ว หรือจะลองอีกวิธี ใช้น้ำแตงกวาคั้้นผสมกับนมสดในปริมาณเท่า ๆ กัน แล้วเติมน้ำลอยกลีบกุหลาบสัก 2-3 หยด ทาหน้า 15-20 นาทีเช่นกัน จะทำให้ผิวหน้านุ่มและขาวขึ้น

ส่วนท่านใดมีถุงดำใต้ตา ใช้น้ำแตงกวาคั้น 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำมันฝรั่งคั้น ในปริมาณที่เท่ากัน ทารอบขอบตาทิ้งไว้ 15 นาที แล้วค่อยล้างออก รองหมองคล้ำบริเวณนั้น จะสามารถลดเลือนลงได้.

วิธีเด็ดช่วยจำศัพท์อังกฤษ

“คำศัพท์” ถือเป็นปัจจัยสำคัญสู่การส่งเสริมทักษะด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน "ภาษาอังกฤษ" ยิ่งวัยเรียนมีคลังคำศัพท์ในความจำมากเท่าไหร่ ยิ่งสามารถหยิบจับมาใช้ได้สะดวกเท่านั้น แต่อุปสรรคส่วนใหญ่ที่หลายคนมักประสบจนพาลขี้เกียจเรียนรู้ไปเลย นั่นคือ “นึกศัพท์ไม่ออก” หรือ “แปลศัพท์ไม่ได้” ซึ่งแท้จริงแล้วปัญหาดังกล่าวแก้ได้ไม่ยาก เพียงฝึกฝนสม่ำเสมอด้วยเทคนิคต่อไปนี้
เรียนคำศัพท์จาก “ชีวิตประจำวัน” อาจเริ่มในสิ่งที่สนใจก่อน เช่น ฟังเพลง ดูหนัง หรือเมื่อพบข้อความตามสื่อต่าง ๆ ควรหมั่นอ่านอยู่ตลอดแม้ไม่รู้เรื่องทุกถ้อยคำ นอกจากจะช่วยสร้างความคุ้นเคยกับศัพท์มากมายแล้ว ยังเป็นการทบทวนความหมายของคำที่พบบ่อย ๆ ด้วย

เรียนคำศัพท์จาก “พจนานุกรม” โดยพกขนาดกะทัดรัดติดตัวไว้เปิดหาความหมายเมื่อเกิดข้อสงสัย ทั้งนี้ ควรเลือกใช้แบบอังกฤษ-อังกฤษ เพื่อฝึกทักษะการแปล หากมีตัวอย่างการใช้ศัพท์ด้วยจะดีทีเดียว

เรียนคำศัพท์จาก “กระดาษโน้ต” ด้วยการจดศัพท์ พร้อมคำแปลอย่างน้อยวันละ 10 คำ แล้วแปะไว้ในที่ ๆ มองเห็นได้ง่าย เช่น กระจกโต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะหนังสือ ตู้เย็น ผนังห้องนอน ฯลฯ โดยเมื่อกระทบสายตาเมื่อไหร่ให้ท่องเมื่อนั้น เป็นอีกหนึ่งเทคนิคช่วยจำได้ดี ขณะเดียวกัน ยังช่วยฝึกทักษะการเขียนอีกด้วย

เรียนคำศัพท์จาก “การจัดหมวดหมู่” โดยจำศัพท์ที่มีความสัมพันธ์กัน หรือมีความหมายตรงข้ามกัน จากนั้น ลองนึกถึงคำภาษาไทย แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนจะแต่งประโยค เพื่อฝึกการเรียบเรียงต่อไป

หลักการจำคำศัพท์ที่สำคัญอีกประการ คงต้องอยู่ที่ความขยัน และหมั่นทบทวน เพื่อประสิทธิภาพการเรียนรู้อย่างเห็นผลนั่นเอง.
ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

หลากวิธีแก้ปัญหาซิปติด

ปัญหาซิปติด รูดไม่ขึ้น หรือกินเนื้อผ้า แก้ไม่ยากหากรู้วิธี วันนี้เดลินิวออนไลน์หาเคล็ดลับทำให้ซิปลื่นมาฝาก

หลายคนคงเคยโชคร้าย ได้เสื้อผ้า กระโปรง กางเกง กระเป๋า ที่เมื่อรูดซิปแล้วไม่ลื่น ติดขัด รูดยาก หรือบางทีก็กินเนื้อผ้า หากฝืนดึงหรือกระชากไปก็อาจทำให้ซิปแตก ต้องเสียเงินเปลี่ยนซิปใหม่ หรือบางทีก็อาจจะไม่ได้แบบเดิม ต่อไปนี้เมื่อประสบปัญหานี้อีกให้ใจเย็น ๆ แล้วลองวิธีแสนง่ายเหล่านี้ดู

หากซิปติด วิธีแรกที่แนะนำคือให้ใช้สบู่ก้อนถูตรงซี่ฟันของซิป เท่านี้ก็จะรูดได้ปกติ หรือหากเกิดในช่วงที่หาสบู่ไม่ได้ลองลิปมันที่ใช้บำรุงริมฝีปากนั่นแหละถูทั้งด้านในและด้านนอก แล้วลองดึงดู ถ้าไม่ออกให้ใช้คีมดึงที่ตัวซิป ก็สามารถแก้ปัญหาได้เช่นกัน แต่วิธีที่ราคาถูกและง่ายที่สุดคือการใช้เทียนไข ควรใช้ทาบริเวณซิปทุกส่วนทั้งด้านในด้านนอกก่อนใช้ หากซื้อสินค้าที่มีซิปมาแล้วรูดยากไม่สะดวกมือ ซึ่งได้ผลอย่างยิ่ง

กรณีซิปติดเพราะดันไปกินเนื้อผ้าเข้า ให้ดูว่าผ้าที่เข้าไปติด เป็นด้านบนหรือด้านล่างของซิป แล้วใช้ไขควงปากแบนที่เอาไว้ไขน็อต แงะเบา ๆ ทางด้านที่ผ้าเข้าไปติด เสร็จแล้วค่อย ๆ ดึงเอาผ้าที่ติดออก ระวังอย่างัดแรงจนหัวซิปหลุดออกมา เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานชุดตัวโปรด หรือกระเป๋าใบเก่งได้ดีดังเดิมแล้ว.

ที่มา และความหมายของเทียน



ชาวพุทธตั้งแต่โบราณนำรังผึ้งมาต้มเอาขี้ผึ้ง เพื่อมาทำเป็นเทียนเพื่อใช้จุดบูชาพระรัตนตรัย จึงเป็นที่มาของการกำเนิด "เทียน" เมื่อถึงเทศกาลเข้าพรรษาพุทธศาสนิกชนมักจะถวายหลอดไฟหรือเทียนเข้าพรรษาแก่พระสงฆ์ เพื่อใช้สำหรับการอยู่จำพรรษา การถวายเทียนเป็นการอธิษฐานให้ตนเองเฉลียวฉลาด มีไหวพริบประดุจขี้ผึ้งที่ใช้ทำเทียนซึ่งได้จากรังผึ้ง

เทียนที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน มีหลากหลายสี ทราบไหมว่า สีต่าง ๆ เหล่านั้นก็มีความหมายแตกต่างกันด้วย ต่อไปนี้คือความหมายของเทียนแต่ละสี (ข้อมูลจาก "หนีเที่ยว" ฉบับเดือน ก.ค. 54)

เทียนสีขาว - ความจริงใจ ความบริสุทธิ์

เทียนสีแดง - ความรัก สุขภาพ ความเข้มแข็ง ความกล้าหาญ

เทียนสีเขียว - เงิน โชค ความอุดมสมบูรณ์ มั่งมี

เทียนสีดำ - ความไม่ลงรอยกัน การปกป้อง การต่อต้าน

เทียนสีส้ม - การดึงดูด การกระตุ้น การปลุกเร้า

เทียนสีเหลือง - การเรียนรู้ ความมั่นใจ การสร้างสรรค์

เทียนสีชมพู - ความรัก ศีลธรรม เกียรติยศ ศักดิ์ศรี มิตรภาพ ความโรแมนติก

เทียนสีม่วง - พลัง ความก้าวหน้าทางธุรกิจ ความทะเยอทะยาน ความกระตือรือร้น

เทียนสีฟ้า - ความอดทน สุขภาพ

เทียนสีน้ำเงิน - ความซึมเศร้า ไม่แน่นอน

เทียนสีเงิน - โทรจิต ความฝัน

เทียนสีทอง - เทพ พลัง ความสำเร็จ

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ฝึกหัดภาษาอังกฤษ : I"m not used to...

สวัสดีน้องๆ ที่น่ารัก
เวลาจะพูดว่าไม่ชิน ไม่ถนัด

I"m not used to + (verb-ing)

Here are some examples:

I"m not used to speaking English. ฉันไม่ถนัดพูดภาษาอังกฤษ

I"m not used to studying so much. ฉันไม่ชินกับการเรียนหนัก

I"m not used to being around new people. ผมไม่ชินเวลาเจอคนใหม่ๆ

I"m not used to talking in front of groups of people. ฉันไม่ถนัดกับการพูดต่อหน้ากลุ่มคน

I"m not used to working so early. ฉันไม่ชินที่ต้องทำงานเช้ามากๆ

ส่งท้ายด้วยวาทะของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein)

We cannot solve our problems with the same thinking we used when we created them. เราจะแก้ไขปัญหาด้วยความคิดแบบเดียวกับที่เราก่อปัญหาขึ้นมาไม่ได้หรอก
คอลัมน์ ฝึกหัดภาษาอังกฤษ
พี่ปู

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ทำอย่างไรเมื่อเหน็บกิน

หลายท่านคงเคยประสบปัญหาเหน็บกินขา เวลานั่งหรือยืนโดยไม่เปลี่ยนท่า หรือทับเท้าเป็นเวลานาน ๆ ช่วงเวลาแสนทรมานนั้นควรทำอย่างไร วันนี้มีคำแนะนำมาฝาก

อาการเหน็บชาเกิดขึ้นเมื่อมีแรงกดทับส่วนใดส่วนหนึ่งบนแขนหรือขา ทำให้เส้นเลือดไม่สามารถนำออกซิเจนและน้ำตาลกลูโคสไปยังเนื้อเยื่อหรือเส้นประสาทได้ มีผลคือ เส้นประสาทไม่สามารถสื่อสัญญาณไปยังสมอง จึงทำให้เกิดความรู้สึกชาและเจ็บจี๊ดเหมือนถูกเข็มแทง ใครที่เป็นบ่อย ๆ ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1 เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวแดง ข้าวโอ๊ต รำข้าว ตับ ไข่ มันเทศ เป็นต้น หากไม่หายควรไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้

ใครที่เคยเป็นคงรู้ว่าช่วงเวลาที่เหน็บกินนั้น ทรมานแค่ไหน วิธีแก้ไขง่าย ๆ แนะนำให้นวดที่นิ้วโป้งเท้าข้างที่โดนเหน็บกิน โดยบีบแรง ๆ จะสามารถบรรเทาอาการได้ ส่วนคนโบราณมีความเชื่อว่า เมื่อเกิดอาการเหน็บชา ให้หาก้านไม้ขีด หรือกิ่งไม้ขนาดเล็ก ๆ ที่มีขนาดใกล้เคียงก็ได้ เหน็บเอาไว้ที่หูข้างที่มีอาการเหน็บชา ประมาณ 20 วินาที จะช่วยทำให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติได้ อีกวิธีหนึ่งคือ ให้นำเชือกมาผูกที่หัวแม่เท้าข้างที่เป็นเหน็บ รัดให้แน่น ๆ 2-3 รอบ แล้วรอสักครู่ เท้าที่เป็นเหน็บจะหายเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว.

อันเนื่องมาจาก คอมพิวเตอร์วางตัก

ก็น่าเห็นใจ 'ราชบัณฑิตยสถาน' อยู่นะครับ เพราะเวลาท่านผู้รู้ภาษาไทยสำนักนี้ 'บัญญัติศัพท์' สมัยใหม่อะไรออกมาสู่สังคมแต่ละที ส่วนมาก จับกระแสดูแล้ว จะตกเป็นเป้าโดนวิพากษ์วิจารณ์แทบทุกครั้ง

ล่าสุด ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตและนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ด้วยความเป็นห่วงว่า

วัยรุ่นไทยยุคนี้ใช้ภาษาไทยไม่ระมัดระวัง ชอบพูดภาษาฝรั่ง ทั้งที่คำๆ เดียวกันนั้นทางราชบัณฑิตก็ได้บัญญัติเอาไว้ให้แล้ว แต่กลับไม่นำมาใช้

หนึ่งในกลุ่มภาษาที่ราชบัณฑิตท่านเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือ ศัพท์หมวดเทคโนโลยี-ไอที ทั้งหลาย เนื่องจากนับวันยิ่งมีแต่คนพูดทับศัพท์ลูกเดียว

ดร.กาญจนา เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการเพิ่มศัพท์บัญญัติใหม่ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีขึ้นมาใช้แล้วเป็นภาษาไทย อาทิ

แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ เรียกว่า คอมพิวเตอร์วางตัก โอเวอร์โหลด เรียกว่า โหลดเกิน, ภาระเกิน อแดปเตอร์ ก็คือ ตัวปรับต่อ, ตัวปรับ อีเมล์ หรือ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ

ฮาร์ดแวร์ เท่ากับ ส่วนเครื่อง ส่วนอุปกรณ์, ซอฟต์แวร์ เรียก ส่วนชุดคำสั่ง, พอร์ทัลเว็บ คือ เว็บศูนย์รวม, สแกนเนอร์ หมายถึง เครื่องกวาดตรวจ, สมาร์ทการ์ด คือ บัตรเก่ง, ไอคอน เท่ากับ สัญรูป เป็นต้น

ว่ากันตามตรง ถ้าใครใช้คำไทยข้างต้นตามแบบราชบัณฑิตทุกวันนี้คง 'สื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง' จึงเป็นที่มาของการใช้ทับศัพท์ ซึ่งเข้าใจชัดเจนกว่า

อย่างที่บอกว่า เห็นใจ-เข้าในราชบัณฑิตท่านจากใจจริง เนื่องจากการจะบัญญัติคำให้เข้ากับนวัตกรรมที่สร้างจากโลกตะวันตกล้วนๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย

สำหรับ 'แล็ปท็อป-คอมพิวเตอร์วางตัก' ต้องบอกตรงๆ ว่า คงเป็นความพยายามที่ล้มเหลวอีกครั้งของราชบัณฑิต เหตุมิใช่เพราะบัญญัติไม่ตรงความหมาย

แต่เนื่องจากการใช้งานจริงของแล็ปท็อปนั้น ในทางการแพทย์เตือนมานานแล้วว่าห้ามเอาเครื่องมาวาง 'บนตัก' นานๆ เพราะความร้อนจากตัวเครื่องจะแผ่ลุกลามสู่อัณฑะจนทำให้คุณผู้ชายเกิดเป็นหมันขึ้นมาได้

ใครเกิดรักภาษาไทยเข้าเส้น ผ่าเอาแล็ปท็อปไปวางตักตลอดเวลาเหมือนดั่งศัพท์บัญญัติคงยุ่งตายเลย...แฮ่ม!


หมุนก่อนโลก
วิทยา ผาสุก wittayapasuk@hotmail.com

เตรียมตัวอย่างไร ให้สวยพร้อมยามฝนตก


เตรียมตัวอย่างไร ให้สวยพร้อมยามฝนตก
หน้าฝนมาแล้วค่ะสาว ๆ ฝนตกลงมาให้ชุ่มฉ่ำกันแทบทุกวันเลยทีเดียว เค้าว่าคนชอบหน้าฝนเป็นคนโรแมนติก แต่ถึงกระนั้นก็คงมีสาว ๆ หลายคนที่ไม่ค่อยชอบความชุ่มฉ่ำของฤดูนี้อยู่เหมือนกัน เพราะมันทำให้เดินทางลำบาก ทางเดินก็เฉอะแฉะ เสื้อผ้าก็ชื้น แถมถ้าเผลอโดนฝนเครื่องสำอางที่แต่งมาก็อาจเลือนไปได้ง่าย ๆ ทำเอาอารมณ์บูดไปเลยทีเดียว เพื่อให้สาว ๆ ไม่ต้องเข็ดขยาดไปกับฤดูนี้ มาดูวิธีการรับมือกับหน้าฝนกันดีกว่าค่ะ ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรกับหยาดฝนที่โปรยปรายลงมาบ้าง
ร่ม
ก่อนอื่นเลยสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือร่มค่ะ เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนคู่ใจได้ทั้งวันฝนตกและแดดออกเลยทีเดียว ใครมีร่มคู่ใจก็อย่าลืมพกติดตัวไปด้วยเสมอ เผื่อฝนตกลงมาจะได้มีร่มเอาไว้กัน ส่วนใครที่ยังไม่มีร่มคู่ใจ ก็หาซื้อไว้สักคัน เลือกที่สีสันลวดลายสดใสถูกใจ เอาไว้ข่มความอึมครึมของวันฝนตก นอกจากสวยแล้วก็ต้องทนทานด้วยนะคะ บางครั้งนอกจากฝนก็มีลมแรงด้วย โครงที่แข็งแรงของร่มจะช่วยให้ร่มไม่เสียรูปทรงแม้ต้องทานกระแสลมแรงค่ะ ส่วนจะเลือกร่มแบบคันยาว หรือร่มพับเล็ก ๆ ก็ตามแต่สะดวกเลยค่ะ

กระโปรง/กางเกงขาสั้น กางเกงขาสามส่วน
แม้ใครบอกว่ากระโปรง กางเกงขาสั้นหรือขาสามส่วน เหมาะจะใส่กับฤดูร้อนที่สุด แต่ความจริงมันก็เหมาะกับฤดูฝนที่สุดเช่นเดียวกันค่ะ หากใส่กางเกงขายาวลองคิดถึงเวลาเดินไปบนพื้นแฉะ ๆ แล้วมีน้ำหรือโคลนกระเซ็นมาโดนขากางเกงสิคะ สภาพคงดูไม่จืดเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็เลือกใส่เสื้อผ้าที่ไม่หนา และแห้งง่าย หลีกเลี่ยงยีนส์นะคะ ทั้งหนาทั้งหนัก แถมหากเกิดเปียกน้ำขึ้นมานี่ไม่สบายตัวเลยจริง ๆ

เสื้อที่มีฮู้ด
เสื้อคลุมแบบที่มีฮู้ด เหมาะสำหรับวันฝนปรอยเบา ๆ และออกไปทำธุระใกล้ ๆ ใช้เวลาชั่วครู่ เพียงแค่ดึงฮู้ดมาคลุมศรีษะก็ช่วยป้องหันไม่ให้ศรีษะเปียกชื้น ซึ่งจะทำให้เป็นหวัดง่ายได้ค่ะ

รองเท้า
ฝนที่โปรยลงมาแน่นอนว่าทำให้ถนนหนทางเฉอะแฉะ เลิกคิดถึงรองเท้าคู่สวยของคุณไปก่อนซักพัก หากไม่อยากใส่ออกมาให้เปียกและเลอะโคลน ทางเลือกที่ดีที่สุดของหน้าฝนเช่นนี้คือรองเท้าฟองน้ำค่ะ ถึงเปียกก็ไม่เลอะเทอะนัก แถมยังล้างง่ายและแห้งไวอีกต่างหาก แล้วถ้าอยากให้เก๋สุด ๆ อย่าลืมเลือกสีรองเท้าให้แมทช์กับสีร่มนะคะ รับรองดูดีสุด ๆ แต่หากที่ทำงานของคุณมียูนิฟอร์มของรองเท้าที่บังคับให้ใส่ ก็เปลี่ยนเป็นพกรองเท้านั้นไปเปลี่ยนเมื่อถึงที่ทำงานได้ค่ะ

เมคอัพ
ลืมเมคอัพหนัก ๆ รองพื้นหนา ๆ ไปได้เลยค่ะ สาว ๆ ลองคิดสภาพหน้าเละเยิ้มเมื่อเปียกฝนดูสิคะ ไม่น่าดูเลยใช่ไหม แต่งหน้าแค่บาง ๆ ให้ดูเป็นธรรมชาติ อาจใช้เพียงแป้ง บลัชออน และลิปก็เพียงพอค่ะ สำหรับสาว ๆ ที่อยากแต่งตาด้วยก็อย่าลืมใช้อายไลน์เนอร์ และมาสคาร่าแบบกันน้ำนะคะ
ถ้าเตรียมตัวรับมือกับหน้าฝนได้แบบนี้ วันฝนตกก็ไม่ใช่เรื่องน่าหวั่นสำหรับสาว ๆ ที่กังวลเรื่องความสวยอีกแล้วค่ะ สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

สารพัดเรื่องต้องรู้ของ"บราเซีย"

ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดกิจกรรม Get ready to Party เพื่อแนะวิธีเลือกบราให้ถูกขนาดและเหมาะสมกับชุดสวยสำหรับงานปาร์ตี้ พร้อมเปิดตัวชุดชั้นในสุดเซ็กซี่ “Party Bra” คอลเลคชั่นใหม่แนวอาร์ท ที่ช่วยเติมสีสันให้การสวมใส่ยิ่งขึ้น โดยมีสไตลิสต์แถวหน้าของเมืองไทยมาให้ความรู้
เรื่องบราหรือชุดชั้นใน สำหรับผู้หญิงดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แบบส่วนตั๊วส่วนตัว แต่หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมนี้แล้ว ทำให้เพิ่งรู้ตัวเองว่า สวมใส่เสื้อชั้นในแบบผิดวิธีมาตลอด รวมทั้งเรื่องการดูแลรักษา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้น..วันนี้จึงต้องบอกต่อค่ะ

เลือกชุดชั้นใน..อย่าลืมวัดตัว
ชลรดี เลี่ยมตระกูล หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ชุดชั้นในถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความมั่นใจและสรีระที่งดงามของผู้หญิง พบว่าผู้หญิงส่วนใหญ่สวมใส่ชุดชั้นในผิดขนาด อาจเนื่องมาจากการวัดขนาดตัวผิด หรือต้องการใส่ชุดชั้นในขนาดเล็กกว่าอกจริงเพื่อดันทรง รวมถึงรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงก็มีผลต่อการเลือกขนาดบราทั้งสิ้น “การเลือกขนาดบราให้ถูกต้องต้องเริ่มจากการวัดตัวอย่างแม่นยำเสียก่อน เพื่อการสวมชุดชั้นในที่กระชับและสบาย การวัดชุดชั้นในที่ถูกต้องใช้หน่วยการวัดเป็นเซ็นติเมตรเท่านั้น การคำนวณขนาดชุดชั้นในจะต้องวัดตัว 2 ตำแหน่ง คือ ความกว้างใต้รอบอกและความกว้างรอบอก โดยขณะวัดตัวให้ยืนตรง แขนแนบชิดลำตัว วิธีการวัดใต้รอบอก ให้ทาบสายวัดให้แนบพอดีตัว ส่วนการวัดรอบอกให้ทาบสายวัดหลวมๆ บริเวณจุดสูงสุดหรือหัวนมทั้งสองข้าง สำหรับการคำนวณขนาดของเต้าทรงจะคำนวณจากความต่างระหว่างรอบใต้อกและรอบอก โดยมีตั้งแต่คัพ A ถึงคัพ H การเช็กไซส์บราของคุณผู้หญิงทั้งหลาย เป็นสิ่งที่ควรทำบ่อยๆ อาจทำทุกครั้งที่ซื้อชุดชั้นใน และลองใส่ทุกครั้ง เพราะแต่ละแบบแต่ละรูปทรงจะมีความกระชับแตกต่างกันไป”

การสวมใส่บรา..อย่าละเลยขั้นตอน
เมื่อเลือกบราที่เหมาะกับตนเองได้แล้ว ขั้นตอนการสวมใส่ชุดชั้นในเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลย วิธีที่ถูกต้องคือ เริ่มจากแนบเต้าทรงกับอกและสอดแขนทั้งสองข้าง ก้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อที่ทรวงอกจะเข้าไปในเต้าทรงอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วจึงเอื้อมมือติดตะขอด้านหลัง จากนั้นเก็บเนื้อส่วนอกและด้านข้างให้เข้ากับเต้าทรงของเสื้อชั้นใน ปรับสายบ่าให้พอดี เมื่อสวมเสร็จแล้วลองตรวจสอบดูโดยยืนตรง ตำแหน่งของแผงใต้เต้าทรงและแผ่นหลังควรอยู่ในระดับเดียวกันกับบริเวณรอบหน้าอก จากนั้นยกแขนขึ้นเพื่อดูว่าสายบ่ารั้งหรือเต้าทรงหลวมไปหรือไม่ อย่าใส่บราที่เล็กกว่าไซส์ขนาดจริง เพราะคิดว่าจะทำให้มีเนินอกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดเพราะมีผลต่อสุขภาพ เช่น อาการปวดหลัง ปวดไหล่ และเสียบุคลิก

กิจกรรมครั้งนี้ยังมีเทคนิคพิเศษมาฝากสาวๆ ทั้งอกไซส์มินิและไซส์ใหญ่ ที่ต้องการจัดทรงให้หน้าอกดูอวบอิ่ม ชิดสวยงาม ทำได้โดยโน้มตัวไปข้างหน้าประมาณ 45 องศา จับเต้าทรงของชุดชั้นในให้อ้าออกแล้วใช้มือช้อนเนื้อส่วนเกินบริเวณด้านข้างตั้งแต่ใต้รอบวงแขนให้เข้ามาอยู่ในเต้าทรง หรือที่เรียกว่าการโกยนั่นเอง วิธีนี้จะทำให้ทรวงอกชิดสวย ไม่ห่าง หลังจากนั้นควรปรับสายบราอีกครั้งให้พอดี แต่ในกรณีที่จะไปงานหรือมีโอกาสพิเศษๆ อยากมีหน้าอกที่อึ๋มมากขึ้น ให้ปรับสายด้านหลังเป็นสายไขว้รูปกากบาท แล้วช้อนในส่วนของด้านข้างอีกครั้ง จะช่วยให้หน้าอกอวบอิ่มมีเสน่ห์ขึ้นมาทันตา
ดูแลชุดชั้นใน..อย่ามองข้าม
สุดท้ายนี้คือวิธีการดูแลชุดชั้นในให้คงสภาพดีทั้งสีและทรง โดยมีเคล็ดลับคือซักชุดชั้นในด้วยมือ โดยเฉพาะแบบที่เสริมและมีโครงดันทรง ไม่ควรบิดแรงเพราะจะทำให้เสียรูปทรง ควรบีบน้ำตามรูปทรง ไม่ควรซักด้วยเครื่องเพราะจะทำให้เสียรูปทรง หากจำเป็นต้องซักเครื่องก็ควรใส่ไว้ในถุงถนอมผ้า ซักด้วยน้ำยาซักผ้าอ่อนๆ หรือน้ำยาซักชุดชั้นใน สบู่ ห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม เพราะทำให้เสื่อมสภาพเร็ว เนื่องจากตัวน้ำยาจะไปคลายสภาพของเส้นใยผ้า ทำให้ตัวอีลาสติกยืดเร็ว ไม่ควรตากแดด จะทำให้ผ้ายืดและสีซีด แขวนตากให้ถูกต้องตามรูปทรงโดยติดตะขอเสื้อชั้นในแล้วแขวนตากด้วยไม้แขวนเสื้อ ตากในที่มีลมโกรก แดดไม่จัด ไม่ควรตากในห้องน้ำเพราะจะทำให้เกิดรา เวลาเก็บให้พับเก็บตามรูปทรงของเสื้อชั้นใน.

3 วิธี ดูแลผมสวยในช่วงหน้าฝนกันค่ะ

เราลองมาดูกันนะคะว่าจะป้องกันเส้นผมของสาวๆ กันอย่างไรเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผมในหน้าฝนนี้ค่ะก่อนอื่นต้องขอแนะนำสไตล์ทรงผมที่เหมาะกับฤดูฝนนี้นะคะ นั่นก็คือการไว้ผมเปียหรือผมมวยการทำผมในสไตล์นี้จะทำให้เพื่อนๆดูดีได้ในวันที่ฝนตกหนักหรือวันที่ลืมนำร่มมานะคะ และเนื่องจากมลภาวะในอากาศก่อให้น้ำฝนนั้นมีสิ่งสกปรกผสมอยู่ การทำผมเปียหรือมวยผมให้แน่นจะช่วยป้องกันน้ำฝนได้ดียิ่งขึ้นนะคะ

เรามาดูวิธีการดูแลเส้นผมในช่วงฤดูฝนนี้กันค่ะ
1.ไม่ควรสระผมบ่อย ถึงแม้จะเป็นการดีที่เพื่อนๆ จะสระผมหลังจากที่โดนฝนมานะคะ แต่การสระผมทุกวันจะทำให้ผมแห้งมาก ซึ่งจะทำให้ผมหยิกและชี cncgirls แนะนำให้สระผม 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงหน้าฝนนี้คะ และควรจะใช้ครีมนวดทุกครั้งในการสระผมนะคะ

2.ป้องกันเส้นผมจากความชื้น ในฤดูนี้จะมีความชื้นอยู่ในอากาศเป็นจำนวนมากนะคะ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเส้นผมของเพื่อนๆ อย่างแน่นอน ซึ่งเพื่อนๆ รู้หรือไม่คะว่า เจลแต่งผมสามารถเป็นตัวปกป้องเส้นผมจากความชื้่นได้อย่างดีเลยคะ

3.ต้องเป่าผมให้แห้ง แต่่ต้องระวังนะคะถ้าหากเพื่อนๆสระผมแล้วมวยผมหรือมัดเปียในขณะนี้ผมยังเปียกอยู่จะทำให้ผมขาดเสียได้คะเพราะฉะนั้นต้องเปาผมให้แห้งหรือถ้ามีเวลาก็ปล่อยให้ผมแห้งแบบธรรมชาติก่อนแล้วค่อยทำผมนะคะ

จบแล้วนะคะ 3 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ดูดีและมีสไตล์ ทำให้เพื่อนๆ เริ่งร่าในหน้าผมอย่างไม่ติดขัดเลยละคะ ลองนำไปใช้กันนะค่ะ
www.cncgirls.com

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เครียดมาก อันตราย 'หู'?


อาการน้ำในหูไม่เท่ากัน อาจยังไม่เป็นที่เข้าใจของหลายๆ คน เพราะหากให้เดาจากชื่อ คงนึกได้ว่า เมื่อน้ำในหูไม่เท่ากัน คงทำให้หูอื้อ มีเสียงวิ้งๆ อยู่ในหู ได้ยินเสียงไม่ชัดเจนดังเดิม แต่เกิดจากสาเหตุอันใดนั้น ไม่ค่อยจะมีใครรู้กันสักเท่าไหร่

'มุมสุขภาพ' วันนี้ว่าด้วยเรื่อง 'น้ำในหูไม่เท่ากัน' ซึ่งในความเป็นจริงนั้นมักเกิดกับผู้ที่มีความเครียดมาก เครียดเป็นประจำ

หูของคนเรา แบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนนอก ส่วนกลาง และส่วนใน กรณีที่เกิดความเครียดจะส่งผลกระทบไปยัง 'Cochlea' ที่อยู่บริเวณหูส่วนใน และมีหน้าที่รับเสียง โดยน้ำเหลืองที่อยู่ภายในนั้นจะเพิ่มขึ้นจนผิดปกติ เป็นสาเหตุให้หูอื้อขึ้นมา บางรายอาจรุนแรงถึงขั้นรู้สึกว่า สิ่งของรอบตัวหรือบ้านหมุน จนเสียการทรงตัวและล้มลง

การที่น้ำเหลืองเพิ่มปริมาณมากเกินไป ยังทำให้น้ำเหลืองไหลออกไปปนกับอวัยวะที่อยู่รอบๆ จึงเกิดความไม่สมดุล พาลทำให้รู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ และอาเจียน

ทว่าเมื่อความเครียดลดลงและหายไป น้ำเหลืองใน Cochlea จะลดลงไปเป็นปกติ และอาการผิดปกติข้างต้นก็จะหายไปด้วย

หากเครียดแล้วรู้สึกว่ามีอาการเข้าข่ายน้ำในหูไม่เท่ากัน ควรทานยาแก้ปวด นอนพักผ่อน หลับตานาน 2-4 ชั่วโมง อาการต่างๆ จะหายไปเอง กรณีที่ไปพบแพทย์ มักจะถูกแนะนำให้แก้ปัญหาความเครียดต้นเหตุของโรคเสียมากกว่า.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

โฆษณาชวนให้อ้วน

นอกจาก "โฆษณาอาหาร" จะชวนเชื่อให้อยากกิน จนน้ำ ลายสอแล้ว ยังมีภัยเงียบสะกดจิตเด็กๆ ให้กลายเป็นคนอ้วนได้อีกต่างหาก

เอมม่า บอยแลนด์ ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันจิตเวช สุขภาพและสังคม ของมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล สหราชอาณาจักร ทำวิจัยประเมินพฤติกรรมเสี่ยงของเด็กๆ วัย 6-13 ปี จำนวน 281 คน โดยให้ดูโฆษณาอาหารเพื่อสุขภาพ นำเสนอประโยชน์และสารอาหาร ที่เด็กๆ จะได้รับจากสินค้าชนิดนั้นๆ ก่อนจะเปิดโฆษณาอาหารจังก์ฟู้ด ที่มีตัวการ์ตูนชื่อดังออกมาทักทาย ด้วยท่าทางตื่นตาตื่นใจ

ปรากฏว่าเด็กๆ ทั้งหมดลงความเห็น เลือกกินอาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน น้ำตาล แป้ง และเกลือ ตามที่การ์ตูนตัวโปรดแนะนำ แถมความเสี่ยงยังเพิ่มขึ้น หากเด็กๆ ดูโทรทัศน์มากกว่า 21 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพราะนอกจากจะได้รับข้อมูลผิดๆ ตอกย้ำค่านิยมกินอาหารขยะแล้ว เด็กๆ ยังนั่งนิ่งไม่ยอมออกกำลังกาย ยิ่งดูก็ยิ่งหิว กินไปดูไป จนกลายเป็นโรคอ้วนในที่สุด

คอลัมน์ เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์

วิธีรับมือ หากประสบภัยน้ำท่วม


ปีนี้นับว่าเป็นปีที่เกิดอุทกภัยหนักสุดปีหนึ่งของไทย เกือบทั่วประเทศต่างประสบปัญหา วันนี้มีคำแนะนำในการปฏิบัติตัว หากต้องเป็นผู้เดือดร้อนจากน้ำท่วม

จากภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนไปทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยที่ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน คนที่โชคดีไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประสบภัย อาจจะช่วยเหลือด้วยการบริจาคเงินหรือสิ่งของ แต่ถ้าเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือเป็นผู้ประสบภัยเองล่ะ ต้องทำอย่างไร ลองดูคำแนะนำต่อไปนี้ (ขอบคุณข้อมูลจาก ซุกสุข ฉบับเดือนพฤษภาคม 2554)

- คอยรับฟังข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับน้ำท่วมจากสื่อต่าง ๆ ที่สามารถติดตามได้ เพื่อจะได้วางแผนรับมือได้ทัน

- ตุนข้าวสาร อาหารแห้ง สำหรับทุกคนในครอบครัว ให้สามารถกินอยู่ได้อย่างน้อย 3 วัน

- เก็บรักษาเอกสารสำคัญต่าง ๆ ทั้ง เอกสารราชการ บัญชีธนาคาร เงินสด ฯลฯ รวบรวมไว้ด้วยกัน แล้วใส่ไว้ในซองกันน้ำ เพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้ายหนีน้ำ ไม่ตกหล่นสูญหาย

- ย้ายปลั๊กไฟไปไว้บนที่สูง ถ้าน้ำทะลักเข้าบ้านให้รีบตัดกระแสไฟฟ้าทันที

- หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำที่เชี่ยว หรือน้ำที่มีความลึกเกินหัวเข่า แต่ถ้าจำเป็นต้องเดินทางในที่ที่มีน้ำท่วม ให้หาไม้เท้าเตรียมไว้ใช้นำทาง เพื่อตรวจสอบความลึกของน้ำ หรือบริเวณที่มีท่อ ร่อง หลุม และต้องคอยระวังสายไฟที่ตกพาดอยู่ในน้ำ

- หลังน้ำลด อย่าเพิ่งใช้ปลั๊กไฟ สวิตช์ไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า จนกว่าทุกอย่างจะแห้งสนิท ถ้าไม่มั่นใจควรเรียกช่างมาตรวจสอบเสียก่อน และห้ามจุดไฟใกล้บ้าน เพราะอาจมีแก๊สรั่ว หรือวัตถุไวไฟหลงเหลืออยู่

- ควรตรวจสอบท่อประปาก่อนใช้ เพราะอาจเสียหายจากน้ำท่วมทำให้มีเชื้อโรคปนเปื้อนมาได้

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ทำไงดีเมื่อทะเลาะกับแฟน


คนสองคนอยู่ใกล้กัน ย่อมจะมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันได้ เปรียบเสมือนลิ้นกับฟันที่ยังมีกระทบกระทั่งกัน วันนี้มีข้อควรปฏิบัติเวลาคู่รักขัดแย้งกันมาฝาก

หลายท่านต้องเคยผ่านสถานการณ์การทะเลาะกับคนใกล้ตัว อาจไม่ใช่แค่แฟนเท่านั้น แต่อาจจะเป็นเพื่อน หรือคนในครอบครัวที่รัก ขอแนะนำเทคนิคที่ควรกระทำ เวลาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อสร้างความปรองดองให้กับมาโดยเร็ว และไม่บานปลาย

- การไม่พูดหรือไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้จะยิ่งทำให้อีกฝ่ายโมโหมากขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าทำเด็ดขาด คิดหรือรู้สึกอย่างไร ให้บอกออกไปดีกว่า

- ทุกครั้งที่ทะเลาะกันกับคู่กรณี อย่าพูดจาหยาบคายหรือทำร้ายจิตใจ หรือดูถูกคนนั้นต่อหน้าผู้อื่น ลองนับ 1-10 ข่มอารมณ์ไว้ ไม่ควรพูดทุกอย่างที่คิดออกไป เพราะสิ่งที่พูดไปแล้ว ไม่สามารถเอากลับคืนมาได้

- ถ้าอยากเคลียร์โดยวิธีโทรศัพท์ไปหา แล้วอีกฝ่ายไม่รับ ลองส่ง เอสเอ็มเอส อีเมล หรือในปัจจุบันมีช่องทางที่หลากหลายอย่างทางโซเชียลเน็ทเวิร์ค เพื่อแสดงเจตนาในการสงบศึก

- "ขอโทษ" คำง่าย ๆ ที่พูดแสนยาก แต่ก็มักได้ผล ลองลดทิฐิ แล้วใช้คำนี้ในการเริ่มเจรจา และเมื่ออารมณ์เย็นลงแล้ว ต้องรีบปรับความเข้าใจให้เร็วที่สุด

- ลองเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ฟังที่ดีบ้าง ไม่พูดขัดจังหวะอีกฝ่าย ระหว่างเคลียร์ปัญหากัน และทำความเข้าใจในสิ่งที่เขาหรือเธอพูด นอกจากจะทำให้อีกฝ่ายใจเย็นลงแล้ว ยังทำให้ผู้ฟังได้วิเคราะห์ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดีอีกด้วย

- อย่านำอดีตมารื้อฟื้น เพราะจะทำให้ปัญหาไม่จบ การจมอยู่กับความผิดพลาดครั้งก่อน ๆ และนำมาพูดซ้ำทุกครั้งที่ทะเลาะกัน จะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลาย และไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นด้วย


ซักชุดชั้นในอย่างไรดี

ซักชุดชั้นในอย่างไรดี
ชุดชั้นในเป็นเสื้อผ้าชิ้นที่อยู่ติดกับผิวหนังมากที่สุด จึงจำเป็นต้องซักให้สะอาด ปราศจากเหงื่อและสิ่งสกปรก และด้วยราคาที่แพง จึงจำเป็นต้องถนอมอายุการใช้งานให้คุ้มค่าด้วย

ชุดชั้นในของผู้หญิง ไม่ใช่ราคาถูก ๆ การดูแลรักษาให้ใช้ได้นานจึงเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนั้น เสื้อผ้าชิ้นนี้ยังอยู่ติดกับผิวหนังส่วนที่บอบบางมากที่สุด ความสะอาดและปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ และต้องอาศัยการดูแลเป็นพิเศษ วันนี้มีวิธีในการซักชุดชั้นในที่ถูกต้องมาฝาก

ขั้นแรกควรแยกซักออกจากเสื้อผ้าตัวนอกอื่น ๆ และคำนึงถึงเรื่องสีตกด้วย ตัวไหนสีตกก็ควรแยกซัก ถ้าเป็นบราที่มีตะขอ ให้ติดตะขอก่อน เพื่อป้องกันการไปเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ส่วนอื่นของชุดชั้นใน หรือเสื้อผ้าตัวอื่น จนเกิดการฉีกขาดได้

แนะนำว่าควรซักชุดชั้นในด้วยมือดีกว่า เพราะจะทำให้สามารถใช้งานชุดชั้นในตัวโปรดได้ยาวนานกว่าการซักด้วยเครื่อง วิธีซักให้ใช้น้ำเย็นและสบู่อ่อน ๆ หรือน้ำยาซักผ้า ที่ไม่รุนแรงและเป็นอันตรายกับเนื้อผ้า การใช้ผงซักฟอกที่มีสารเข้มข้นเกินความจำเป็น นอกจากจะเป็นอันตรายกับชุดชั้นใน ทำให้ชุดชั้นในย้วยเร็วแล้ว ยังเป็นอันตรายกับผิวหนังส่วนที่ละเอียดอ่อนอีกด้วย และควรใช้ปริมาณที่เหมาะสม เพื่อป้องกันสารตกค้าง ในระหว่างการซัก ไม่ควรใช้แปรงถู เพราะจะทำให้ชุดเป็นขุย แต่ถ้ามีคราบสกปรก แนะนำให้ใช้แปรงขนอ่อนนุ่มถูเพียงเบา ๆ หรือขยี้คราบสกปรกแบบเบามือ เพื่อป้องกันการเสียทรงของชุดชั้นใน

เสร็จแล้วล้างน้ำให้สะอาดจนหมดฟอง อาจแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นที่ชอบได้ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมให้ชุดชั้นใน เมื่อนำขึ้นตาก ไม่ควรบิดเสื้อชั้นในแรง ๆ ให้บีบเอาน้ำออกเท่านั้น เพื่อไม่ให้ชุดชั้นในผิดรูปทรงจากการบิด จัดรูปทรงให้เรียบร้อยก่อนนำไปตากในที่ที่มีลมโกรก และอากาศถ่ายเท ป้องกันการอับชื้น ไม่ควรตากในที่ที่มีแดดแรง เพราะความร้อนจากแสงแดดจะทำให้ชุดชั้นในเสื่อมสภาพและสีซีดจาง ที่สำคัญควรตากให้แห้งสนิท ป้องกันราจุดดำ ๆ ขึ้นชุดชั้นใน จนหมดความสวยงาม

ควรซักชุดชั้นในหลังการใช้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการหมักหมมของสิ่งสกปรก จนเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค โรงงานผลิตชุดชั้นในต่าง ๆ มักจะแนะนำให้ซักชุดชั้นในที่เพิ่งซื้อมาใหม่ทุกครั้งก่อนใช้ เพื่อเหตุผลด้านความสะอาด จากขั้นตอนกระบวนการผลิต.


- สุดท้ายที่สำคัญมาก คือ นึกถึงความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันเข้าไว้ อย่าทำให้ความขัดแย้งกันเพียงแค่ 1 นาที หรือ 10 นาที มาทำให้มิตรภาพหรือความรักที่มีให้กันมาเป็นปี ๆ ต้องพังทลาย.

ลายมือ ก้นหอย


ความหมายตามลายมือ
ลายมือก้นหอยเป็นเครื่องหมายที่ดี เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากต่อการจดจำก้นหอยจะเกิดขึ้นเป็นลักษณะเลข ๑ ไทยวงเวียนกลมเหมือนก้นหอยจึงจะเป็นการดีที่สุด แต่ถ้ากลับกันกับเลข ๑ ก็ถือว่าไม่ถูกต้อง ในที่นี้จะนำมาเฉพาะปลายนิ้วก่อน ดังนี้

หมายเลข ๑
ก้นหอยบนนิ้วหัวแม่มือ แสดงถึงการมีพลังกำลังใจเข้มแข็ง

หมายเลข ๒
ก้นหอยบนปลายนิ้วชี้ บ่งบอกถึงอำนาจวาสนาที่ดีเป็นผู้นำ

หมายเลข ๓
ก้นหอยบนนิ้วกลาง บ่งบอกถึงการเป็นนักคิดมีหลักฐานมาก

หมายเลข ๔
ก้นหอยบนนิ้วนาง บ่งบอกถึงความร่ำรวยมีเงินทองชื่อเสียงดี

หมายเลข ๕
ก้นหอยบนนิ้วก้อย บ่งบอกถึงการค้าขาย เป็นนักพูดวาทศิลป์ดี.

ต้อย ตุลา

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

หอยทาก พักร้อน


เจ้าหอยทากคลานต้วมเตี้ยมบนใบไม้ หลัง ฝนตกโปรยปรายลงมาที่สวนในแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โดยช่วงเวลานี้ในเยอรมนีเป็นฤดูร้อน แต่ต้องพักร้อนไว้ก่อน เพราะมีฝนตกติดต่อกันมาหลายวันแล้ว (ภาพ-เอเอฟพี)

"เสน่ห์บนใบหน้า" แรงดึงดูดมัดใจสาว

เปลี่ยนบรรยากาศจากความสวยความงามของสาวๆ มาเป็นมาดแมนๆ ของหนุ่มๆ ที่จะทำให้สาวเหลียวหลังมอง หรือแอบอยากจะกิ๊กอยู่ในใจบ้าง

ภก.ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรม สถาบันการเรียนรู้และฝึกอบรม อาวียองซ์ อะคาเดมี แนะนำ 5 เคล็ดลับแบบง่ายๆ ที่จะช่วยสร้างเสน่ห์บนใบหน้าให้ผู้ชายดูดีได้

1.ความสะอาดต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ต่อให้หน้าตาหล่อแค่ไหน แต่ถ้าปล่อยให้ผิวหน้าสกปรก ใช้กระดาษเช็ดหน้าแล้วเจอแต่คราบดำจากเหงื่อไคล ความมัน ฝุ่น เขม่าควันรถ ก็คงจะไม่ดีแน่ๆ ผู้ชายบางคนเข้านอนโดยไม่ล้างหน้าด้วยซ้ำ ทำให้คราบสกปรกต่างๆ สะสมในผิวและส่งผลให้ดูหมองคล้ำในระยะยาว อาจเกิดสิวอักเสบตามมาอีกด้วย ดังนั้นการล้างหน้าเช้า-เย็นด้วยโฟมล้างหน้าที่เหมาะกับผิวจึงเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ต้องดูแลเป็นอย่างแรก และในระหว่างวันควรซับความมันบนหน้าด้วยกระดาษทิชชูเช็ดหน้าหรือกระดาษซับมัน
2.อยากผิวดีก็ต้องบำรุง ผิวหนังก็เหมือนอวัยวะอื่นๆ ของร่างกายที่จะต้องเสื่อมไปทุกวันตามอายุ ลองเริ่มต้นเลือกครีมบำรุงผิวดีๆ ชนิดไวท์เทนนิ่งที่ออกแบบมาสำหรับผู้ชายสักชิ้น ทาบำรุงทั้งเช้าและก่อนนอน ไม่ต้องกลัวหรอกว่ามันจะทำให้คุณดูขาวเป็นไก่ต้มเพราะผลิตภัณฑ์ ไวท์เทนนิ่งสำหรับผู้ชายมักออกแบบสูตรมาเพื่อปรับสีผิวให้ดูชุ่มชื่นสว่างสดใสมากกว่าที่จะทำให้คุณดูขาวซีด

3.ระวังกระ ฝ้าจะทำให้หน้าด่างพร้อย ถึงคุณจะมีผิวสีเข้มก็ยังดูดีได้หากมีผิวสุขภาพดี แต่ถ้าสีผิวของคุณหมองคล้ำและไม่สม่ำเสมอ มีกระ ฝ้าชัดเจน มีริ้วรอยแก่ก่อนวัย ก็คงจะถูกมองผ่านแน่ๆ ควรทาโลชั่นกันแดดที่ให้ค่าการป้องกันแสงแดดครบทั้งรังสียูวีเอ (PA) ยูวีบี (SPF) และป้องกันอนุมูลอิสระ (RSF) เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนออกจากบ้านตอนเช้า จะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้ในระยะยาว ผู้ชายส่วนใหญ่ยังคิดว่าการทาโลชั่นกันแดดเป็นเรื่องยุ่งยาก เสียเวลา เหนอะหนะ น่ารำคาญ แต่จริงๆ แล้วด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปมาก ปัจจุบันจึงมีโลชั่นกันแดดดีๆ ที่ให้การปกป้องครอบคลุมโดยไม่ทิ้งคราบขาวและความมันเหนอะหนะให้ใช้กันแล้ว

4. โกนหนวด เรื่องง่ายๆ ที่อาจทำลายเสน่ห์บนใบหน้าคุณ หนวดและเคราเป็นได้ทั้งสิ่งที่สร้างหรือทำลายเสน่ห์ ถ้าคิดจะสร้างเสน่ห์บนหน้าด้วยหนวดเคราก็ต้องตัดแต่งให้ดูเป็นระเบียบอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้สั้นบ้างยาวบ้างจนไม่เป็นทรง แต่หากอยากหล่อแบบเกลี้ยงเกลาก็ควรเลือกโกนหนวดอย่างถูกวิธีมากกว่าที่จะใช้วิธีการดึงหรือถอนหนวด ซึ่งจะทำให้ผิวอักเสบแดง ผิวไม่เรียบ และหนวดเคราขึ้นไม่สม่ำเสมอไม่น่าดูยิ่งกว่าเดิม การโกนหนวดเคราอย่างถูกวิธี ควรใช้มีดโกนใหม่ที่คมร่วมกับการใช้ครีมโกนหนวด เพราะการโกนหนวดแห้งๆ หรือใช้แค่น้ำเปล่าหรือสบู่ทั่วไปอาจโกนไม่เกลี้ยงเกลาและทำให้ผิวระคายเคือง บาดเจ็บจากใบมีด ถลอก แสบ เสี่ยงต่อการติดเชื้อ สิวอักเสบ การใช้ครีมโกนหนวดจะช่วยเปิดรูขุมขน หนวดเคราอ่อนตัวลง ฟองที่ลื่นละเอียดกว่าจะช่วยให้โกนง่าย เรียบขึ้น ปัจจุบันมีโฟมล้างหน้าสูตรพิเศษที่สามารถใช้เป็นครีมโกนหนวดได้ด้วย จึงช่วยให้คุณสะดวกกว่าและไม่ต้องอ้างอีกแล้วว่าไม่อยากซื้อครีมโกนหนวดเพิ่มอีกกระป๋องหนึ่งมาตั้งไว้ให้สนิมขึ้น

5. รอยยิ้ม เสน่ห์สุดท้ายที่ขาดไม่ได้บนใบหน้าของหนุ่มๆ สร้างได้โดยไม่ต้องลงทุน ไม่เปลืองเวลา ก็คือรอยยิ้มสดใสที่แสดงความจริงใจ จะทำให้สาวๆ หัวใจละลายได้ไม่แพ้ผิวที่ดูดีของคุณเลยทีเดียว
การสร้างเสน่ห์บนใบหน้าง่ายขนาดนี้แล้ว หนุ่มๆ จึงควรหันมาใส่ใจดูแลผิวพรรณเพื่อมัดใจสาวๆ.

แพทย์เตือน...ทำสีผมเสี่ยงต่อโรคมะเร็งหนังศีรษะ

เรื่องความสวยความงามกับวัยรุ่นเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะแฟชั่นการทำสีผมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มวัยรุ่น โดยจะสังเกตได้จากการที่ผลิตภัณฑ์ทำสีผมยี่ฮ้อต่างๆ แข่งกันปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อออกมาเอาใจลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบน้ำหรือแบบโฟม ที่เห็นผลทันทีหลังการทำสีผม อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการทำสีผมนั้นจะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดี แต่ก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ทำสีผมได้ โดยเฉพาะโรคมะเร็งหนังศีรษะ โรคภูมิแพ้ หรือแม้แต่โรคผมร่วง ฯลฯ

นายแพทย์สุวินัย บุษราคัมวงษ์ แพทย์สาขาอายุรกรรม แผนกประกันสังคม รพ.กล้วยน้ำไท 1 กล่าวว่า การทำสีผมบ่อยๆ นั้น อาจทำให้เส้นผมที่ผ่านสารเคมีนั้นไม่แข็งแรงหลุดร่วงได้ง่าย และยังทำให้เกิดอันตรายต่อใบหน้า หรือระคายเคืองต่อหนังศีรษะส่งผลให้ผิวหนังเป็นแผลได้ รวมทั้งก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ โรคหนังศีรษะแห้ง และที่สำคัญอาจทำให้เป็นโรคมะเร็งหนังศีรษะได้ เนื่องจากในน้ำยาย้อมผมนั้นประกอบด้วยสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดและด่าง 5 ตัวหลักๆด้วยกัน

เช่น “สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไชด์” ซึ่งเป็นสารฟอกสีผมและฆ่าเชื้อโรค จึงมีฤทธิ์ในการทำลายเส้นผมกัดสีผมและหนังศีรษะ ก่อให้เกิดอาการอักเสบและระคายเคืองต่อหนังศีรษะ ตลอดจนทำให้เส้นผมแห้งเสียได้ นอกจากนี้ “สารฟีนิลินไดอะมีน” หรือสีย้อมผมชนิดถาวรนั้นเป็นสารเคมีอันตราย เมื่อดูดซึมเข้าสู่หนังศีรษะแล้ว อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง และหากสะสมอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งหนังศีรษะได้

รวมถึงสารประกอบอย่าง “แอมโมเนีย” ซึ่งเป็นตัวช่วยให้สีย้อมผมติดผมนั้น ขณะเดียวกันสารดังกล่าวยังมีฤทธิ์เป็นกรดและด่าง ที่สามารถกัดเส้นผมและหนังศีรษะได้ จึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมเสียผมร่วง และทำให้รากผมอ่อนแอลง หรือ “สารซิลเวอร์ไนเตรต” ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติในการปกปิดผมขาว โดยตัวสารนี้เมื่ออยู่บนหนังศีรษะ จะทำปฏิกิริยากับอากาศแล้วเปลี่ยนให้เส้นผมกลายเป็นสีดำ ซึ่งสารตัวดังกล่าวมีคุณสมบัติที่ทำให้เกิดการระคาย หากเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้ และสารตัวสุดท้ายอย่าง “เลดอะซีเตด” ซึ่งเป็นสารตะกั่วที่ใช้ในครีมปกปิดผมขาว ชนิดที่ไม่ต้องล้างออก เช่นเดียวกับสารซิลเวอร์ไนเตรต และเนื่องจากสารตะกั่วนี้มีคุณสมบัติคล้ายกับสารตะกั่วที่ผสมในน้ำมันในอดีต ดังนั้น หากสะสมในร่างกาย อาจทำรายสมองและประสาทสัมผัสได้ ที่สำคัญสารนี้ยังจัดอยู่ในสารก่อมะเร็งด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม สารเคมีที่ประกอบอยู่ในน้ำยายืดผมและดัดผมนั้น สามารถก่อให้เกิดอันตรายกับหนังศีรษะได้เช่นเดียวกันกับน้ำยาย้อมสีผม เพราะส่วนผสมที่ใช้นั้นจะคล้ายคลึงกัน ประกอบกับการดัดหรือยืดผมนั้นต้องใช้ความร้อนร่วมด้วย จึงทำให้เส้นผมอ่อนแอและเปราะบางลงได้ เช่นเดียวกับการทำสีผมนั่นเอง

พร้อมกันนี้คุณหมอกล่าวว่า ยาย้อมสีผมที่อยู่ในรูปของน้ำกับยาย้อมสีผมที่มีลักษณะเป็นโฟมที่ออกใหม่ล่าสุด และเห็นผลทันทีหลังการทำสีผมนั้น สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อหนังศีรษะได้เท่าๆ กัน แต่ตัวที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อหนังศีรษะน้อยที่สุดนั้น เป็นน้ำยาย้อมสีผมที่อยู่ในรูปแบบโฟม เนื่องจากมีส่วนประกอบของสารเคมีน้อยกว่าน้ำยาย้อมสีผมที่อยู่ในรูปแบบน้ำ และขั้นตอนในการหมักผมนั้นใช้เวลาน้อยกว่ายาย้อมสีผมรูปแบบเดิมๆ ดังนั้น จึงทำเส้นผมผ่านสารเคมีน้อยลง จึงทำให้โอกาสเกิดสารตกค้างบนเส้นผมและหนังศีรษะ น้อยลงกว่ายาย้อมสีผมที่อยู่ในรูปของน้ำนั่นเอง

ถึงแม้ว่าการย้อมสีผมนั้นจะส่งเสียผลต่อสุขภาพ แต่ก็มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีผมหงอกก่อนวัย หรือผมหงอกเป็นบางบริเวณจากการถูกสัตว์กัดหรือต่อย และยังช่วยปรับบุคลิกให้ดูดีได้ด้วย ดังนั้น คุณหมอได้มีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องทำสีผมว่า อันดับแรก ควรเลือกน้ำยาย้อมสีผมที่ไม่มีอันตรายรุนแรง เช่น ไม่มีส่วนผสมของเกลือ หรือสารเคมีที่อันตรายอย่างสารตะกั่ว และปรอทเป็นส่วนประกอบหลัก และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากได้รับการอนุญาตจาก อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) หรือควรเลือกซื้อตามร้านจำหน่ายที่สะอาดและปลอดภัยไว้ใจได้ และที่สำคัญไม่ควรย้อมสีผมบ่อยเกินปีละ 9 ครั้ง เพราะมีการวิจัยแล้วว่าอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ ส่วนผู้ที่ไม่แนะนำให้ทำสีผมนั้น เป็นกลุ่มของผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ หรือผู้ที่เป็นมะเร็งอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม คุณหมอกล่าวว่า ควรหลีกเหลี่ยงหรือทำสีผมให้น้อยที่สุด เพราะจะส่งผลดีต่อสุขภาพเส้นผม และที่สำคัญควรดูแลเส้นผมไปพร้อมๆ กับการบำรุงจึงจะดีที่สุด เพราะวิธีนี้จะช่วยให้เส้นผมอยู่คู่กับหนังศีรษะของเราได้ตลอดไป.

วิจัยพบลูกชายมักเจ้าชู้ตามพ่อ

แนะผู้หญิงให้ดูถึงพ่อตา หากอยากรู้ว่าสามีตัวเองจะนอกใจหรือไม่

นักวิจัยชาวเช็กได้ข้อสรุปว่า ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมีกิ๊กหากว่าพ่อของเขาไม่ซื่อสัตย์ในช่วงที่เขาเติบโตขึ้น
แจน ฮาฟลิเซ็ก บอกกับที่ประชุมวิชาการของสมาคมวิวัฒนาการและพฤติกรรมมนุษย์แห่งยุโรป ว่า ลูกสาวที่มีแม่นอกใจพ่อไม่มีแนวโน้มที่จะเอาอย่างแม่

เขาบอกว่า เด็กผู้ชายจะเติบโตขึ้นโดยดูพ่อตัวเองเป็นแบบอย่างทั้งในทางดีและไม่ดี

นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชาร์ลส์ในกรุงปราก ได้สัมภาษณ์สามีภรรยา 86 คู่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ในชีวิตสมรส ทัศนคติในเรื่องเพศ ภูมิหลังครอบครัว และพฤติกรรมการนอกใจ

มาร์ตี เฮเซิลตัน นักจิตวิทยาวิวัฒนาการแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในลอสแองเจลิส บอกว่า พันธุกรรมเป็นตัวทำให้ผู้หญิงไม่เลียนแบบพฤติกรรมนอกใจของแม่ ขณะที่พ่อที่มีรูปร่างหน้าตาดีมักมีลูกชายหล่อเหลา ผู้ชายแบบนี้มีโอกาสมากขึ้นที่จะนอกใจ แต่ลูกสาวสวยๆ ของแม่ที่มีหน้าตาสะสวยจะประพฤติต่างออกไป

"เด็กสาวที่มีหน้าตาสวยไม่จำเป็นต้องประพฤติตัวนอกใจสามี เพียงแต่มีโอกาสที่จะได้สามีดีๆ ตั้งแต่ต้น" เธอบอก และว่า ผู้ชายกับผู้หญิงจะใช้เสน่ห์ของตัวเองต่างกัน ผู้ชายอาศัยความหล่อเพื่อเรื่องเพศ ขณะที่ผู้หญิงอาศัยความสวยในการมองหาคู่ที่ดีที่สุด และพ่อที่ดีของลูก

ฮาฟลิเซ็กกับคณะได้พบว่า ผู้ชายจะมีความพึงพอใจและมีความสุขกับชีวิตคู่หรือไม่นั้น ไม่มีผลต่อแนวโน้มที่เขาจะนอกใจ ผู้ชายเล่นไม่ซื่อกับภรรยาเพราะต้องการเซ็กซ์ และอยากมีคู่ขามากหน้าหลายตา ไม่ใช่เป็นเพราะเขาไม่พอใจภรรยา

แต่ผู้หญิงนอกใจเพราะไม่พอใจกับความสัมพันธ์กับสามี ผู้หญิงมีกิ๊กเพราะต้องการเปลี่ยนคู่ชีวิตใหม่.

แอปเปิ้ลหลากสี หลากประโยชน์

แอปเปิ้ล ผลไม้ยอดนิยม นอกจากรูปร่างจะน่ารับประทานแล้ว ยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย แอปเปิ้ลในท้องตลาดมีอยู่หลายสี แต่ละสีก็มีประโยชน์แตกต่างกัน หลายคนไม่ชอบทานเปลือกแอปเปิ้ล ซึ่งนั่นผิดมหันต์ เพราะจะทำให้คุณค่าจากสารอาหารที่จะได้รับจากผลไม้ชนิดนี้ ลดลงไปอย่างมาก ประโยชน์ของแอปเปิ้ลที่คุณควรรู้มีดังต่อไปนี้

แอปเปิ้ลที่เห็นตามท้องตลาด มีทั้งเปลือกสีแดง สีชมพู สีเขียว และสีเหลือง แตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ แต่เนื้อข้างในก็เหมือนกันคือ เป็นเนื้อทรายละเอียดสีขาวนวล ทราบไหมว่า เมื่อรับประทานแอปเปิ้ลโดยไม่ปอกเปลือก 1 ผล จะได้รับพลังงานประมาณ 80 กิโลแคลอรี่ มีวิตามินบี 6 เท่ากับ 0.1 มิลลิกรัม และวิตามินซีมากถึง 7.9 มิลลิกรัม นอกจากนั้นยังมีสารเบต้าแคโรทีน และเส้นใยไฟเบอร์ ช่วยในเรื่องของการบำรุงหัวใจ ลดคอเลสเตอรอล ลดความดัน ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ และฆ่าเชื้อไวรัส แต่ถ้าปอกเปลือกปริมาณสารอาหารดังกล่าวก็จะลดลงไปด้วย มีความเชื่อของฝรั่งกล่าวไว้ว่า การรับประทานแอปเปิ้ลวันละผล ช่วยให้ห่างไกลหมอได้ โดยแอปเปิ้ลแต่ละสีก็มีประโยชน์ต่างกันดังนี้

แอปเปิ้ลสีแดง ประโยชน์ที่โดดเด่น คือ มีสารแอนตี้ออกซิแดนต์มากที่สุด และยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิวอีกด้วย

แอปเปิ้ลสีชมพู คุณค่าทางสารอาหารที่สำคัญคือ มีสารฟิโนลิกมากที่สุด ซึ่งสารตัวนี้ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้าและชะลอความแก่ นอกจากนั้นยังมีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซี ทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดไข้ รวมทั้งช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย

แอปเปิ้ลสีเขียว มีรสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะมีน้ำตาลน้อย และมีสารอิลาสตินและคอลลาเจนเช่นเดียวกัน ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี

แอปเปิ้ลสีเหลือง มีสารเควอร์ซิติน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และต้อกระจก.

นวัตกรรมใหม่แป้งแต่งหน้า ช่วยสาวดูดีแม้ในยามหลับ


นวัตกรรมใหม่แป้งแต่งหน้า ช่วยสาวดูดีแม้ในยามหลับ
รายงานข่าวแจ้งว่า มีผู้หญิงจำนวนมากยอมนอนดึกและตื่นก่อน เพราะไม่ปรารถนาให้ชายข้างตัวหรือสามี เห็นใบหน้าที่เปลือยเปล่าปราศจากการแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางของพวกเธอ ดังนั้นจึงมีความพยายามที่จะถามหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้สาวๆ ดูดีได้แม้ในเวลานอน

เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการสำรวจในผู้หญิง 1,000 คน พบว่ามีตัวเลขของผู้หญิงที่นอนหลับทั้งที่ยังแต่งหน้า เพราะว่าพวกเธอกังวลเรื่องการที่ตัวเองต้องดูดีตลอดเวลา และ 2 ใน 3 คนจากผลสำรวจดังกล่าวนั้นเผยว่า พวกเธอรู้สึกกังวลหากไม่ได้แต่งหน้า เพราะเมื่อไรที่สาวๆ เหล่านี้มีแฟนใหม่ ประมาณ 16% จะรู้สึกสับสนและเป็นกังวลเกี่ยวกับความงามบนใบหน้าหากปราศจากเครื่องสำอาง แม้ว่าในความเป็นจริงนั้นมันไม่ได้ส่งผลดีต่อผิวของผู้หญิงเลย และ 1 ใน 4 คนบอกว่านอนหลับทั้งที่ยังแต่งหน้าโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 3 วันต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตามพวกเธอเผยว่าไม่ต้องการอยู่กับผลิตภัณฑ์สำหรับผิวตลอด 24 ชั่วโมงตลอด 7 วัน ถ้าสามารถถอยห่างจากเครื่องสำอางได้

ล่าสุดมีการเปิดนวัตกรรมใหม่ตอบโจทย์ของหญิงสาวที่อยากสวยแม้เวลาหลับแล้ว ที่เรียกว่า "แบร์ เอสเซ็นเทอรัล” แป้งแต่งหน้าแบบฝุ่นสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนใบหน้าเปล่าให้ดูสะอาดหมดจด ด้วยทรีตเมนต์บำรุงผิวตลอดทั้งคืน สนนราคา 45 ยูโร หรือประมาณ 1900 บาท ซึ่งนายหลุยส์ คอนสทาด นักแต่งหน้าระดับมืออาชีพจากเว็บไซต์ “www.beautyqueenworkshops.com” กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ต้องการดูดีในขณะที่ยังนอนหลับนั้น จำเป็นต้องใช้เครื่องสำอางเหล่านี้ เพราะเป็นแป้งฝุ่นที่สามารถช่วยให้ผู้หญิงจำนวนมากที่ชอบแต่งหน้าทิ้งไว้ตลอดคืน ไม่ต้องกังวลเหมือนการนอนหลับทั้งที่ยังมีรองพื้นอยู่บนใบหน้าอีกต่อไป

แป้งแต่งหน้าแบบผงฝุ่นนี้ผู้ผลิตระบุว่าเป็น “ดินที่ซับซ้อนสำหรับการใช้งาน” โดยได้ผสมแร่ธาตุกว่า 70 ชนิดลงไปในแป้งแต่งหน้านี้ ซึ่งสัญญาว่าจะช่วยเพิ่มพลังให้กับผิวหน้า บริษัทผู้ผลิตอวดอ้างว่าได้นำไปทดลองใช้ในคลินิก เพื่อทำให้เห็นว่ามันมีประสิทธิภาพดี การดำเนินการดังกล่าวนั้นได้ไปสนับสนุนข้อกล่าวอ้างว่า ลิตภัณฑ์ดังกล่าวช่วยทำให้ผิวดูสว่างสดใสแม้เวลานอน โดยสังเกตได้จากรูขุมขนที่เล็กลงนั่นเอง

นายหลุยส์ยืนยันว่าแป้งฝุ่นนี้นอกจากทำให้สวยแล้ว ยังรักษาใบหน้าให้สะอาดหมดจดตลอดทั้งคืน โดยเฉพาะในกรณีที่คุณต้องการฝ่าวงล้อมของการอุดตันในรูขุมขน แต่เขาชอบความคิดที่ว่า มันจะช่วยทำให้ผิวที่บอบบางนั้นดูดีและแข็งแรงได้แม้นอนหลับทั้งที่ยังแต่งหน้าอยู่ แป้งแต่งหน้าแบบฝุ่นนี้มีทั้งหมด 4 เฉดสีที่จะช่วยเพิ่มความสว่างสดใสให้กับผิว และที่สำคัญนั้นใช้งานง่าย โดยหลังจากที่คุณทำความสะอาดและเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้าเป็นประจำทุกวันแล้ว คุณควรทาแป้งผงฝุ่นสีเหลืองอ่อนนี้ให้กับผิวของคุณ ด้วยการใช้แปรงปัดจุ่มที่ผงแป้งฝุ่นแล้วปัดให้ทั่วใบหน้าและบริเวณหนังตา และในขณะที่แปรงกำลังปัดอยู่บนใบหน้า ความชุ่มชื่นที่อยู่ในครีมนั้นก็จะเริ่มทำงาน.

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

หน้าเรียวกระชับใน 3 นาที

เป็นที่รู้กันดีว่า "ของฟรีไม่มีในโลก" แต่เชื่อเถอะว่า "มี" เพียงแค่เราใส่ใจในรายละเอียดของชีวิตมากพอ ความสุขใจหาได้ฟรีและไม่มีวันหมดอายุก็อยู่ใกล้ตัวและใจของเราแล้วค่ะ

เคล็ดลับการทำให้ใบหน้าเรียวกระชับ กระตุ้นการขับน้ำและของเหลวของเสียใน 3 นาทีแบบไม่ยุ่งยากซับซ้อนและที่สำคัญทำได้ด้วยตัวเอง

“คลาแรงส์” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุดเพื่อใบหน้าเรียวสวยได้รูปวี (V)เชฟ ใน“เชพปิ้ง เฟเชียล ลิฟต์” ซึ่งมาจากการค้นคว้าวิจัยที่พบว่า ใบหน้าสวยสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับสาวเอเชียคือใบหน้าเรียวสวยเป็นรูปตัววี ความกว้าง 90 องศา นอกจากนี้ยังแนะนำการใช้ฝ่ามือสัมผัสใบหน้า 5 ท่าที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีที่จะช่วยกระตุ้นการขับน้ำและของเหลวของเสียต่างๆ ทำให้ผิวหน้าเบาสบายและรูปหน้ากระชับใน 3 นาที

ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ทำได้ด้วยตัวเองแม้มีเวลาว่างเล็กน้อย เริ่มจากนั่งเก้าอี้ ใช้ฝ่ามือทั้ง 2 ข้างวางแนบหน้าผาก วางข้อศอกไว้บริเวณเข่าทั้งสองข้าง จากนั้นทิ้งน้ำหนักศีรษะลงบนฝ่ามือ ค้างไว้ประมาณ 5-10 วินาที น้ำหนักของศีรษะจะช่วยขับของเหลวของเสีย ทำให้ผิวเรียบเนียนและชะลอการเกิดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

ต่อมา เลื่อนฝ่ามือลงมาให้ทาบบริเวณเบ้าตา ทิ้งน้ำหนักศีรษะลงบนฝ่ามือ ค้างไว้ 15 วินาที จะทำให้ผิวรอบดวงตาเรียบเนียน ลดรอยคล้ำและถุงน้ำรอบดวงตา ผ่อนคลายความอ่อนล้าจากการใช้สายตาและอายุที่มากขึ้น

ท่าที่สาม เลื่อนฝ่ามือลงมาบริเวณแก้มทั้งสองข้าง ให้นิ้วก้อยชิดปีกจมูก ทิ้งน้ำหนักศีรษะลงบนฝ่ามือ ค้างไว้ 15 วินาที จะช่วยขจัดของเหลวที่คั่งค้างใต้ผิวซึ่งเป็นตัวการทำให้ใบหน้าดูอิ่มกลม

จากนั้นทำฝ่ามือเป็นรูปดอกบัว วางแนบบริเวณคางและแนวกรามทั้งสองข้าง ทิ้งน้ำหนักศีรษะค้างไว้ 15 วินาที จะขจัดของเหลวที่คั่งค้างบริเวณคาง ทำให้ใบหน้ายกกระชับ ไม่หย่อนคล้อย

ท่าสุดท้าย วางฝ่ามือทาบบริเวณไรผมข้างหูทั้งสองข้าง โดยให้หูอยู่ระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ทิ้งน้ำหนักศีรษะค้างไว้ 10-15 วินาที จากนั้นเลื่อนฝ่ามือปิดทาบใบหู ทิ้งน้ำหนักศีรษะค้างไว้อีก 10 วินาที จะช่วยกระตุ้นขบวนการตามธรรมชาติให้ขจัดของเหลวคั่งค้างใต้ผิว เนื่องจากร่างกายจะมีต่อมทำลายพิษที่ข้างหู การนวดจะช่วยไล่ของเหลวลงมาและขจัดออกไป ผิวหน้าจึงดูกระชับและดูเรียวสวยได้รูป

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับเพื่อผิวตึงกระชับที่ทำได้ขณะอาบน้ำ โดยใช้น้ำฝักบัวเย็นๆ สาดบริเวณหน้าผาก และเลื่อนลงมาตามส่วนต่างๆ ของใบหน้าจนถึงลำคอ เพื่อไล่ของเหลวที่คั่งค้าง จะทำให้ผิวกระชับ สว่างสดใส และอาบน้ำเย็นเป็นประจำ จะทำให้ผิวไม่แห้งและหย่อนคล้อย เนื่องจากความเย็นจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียน

31 ความสุขที่หาได้รอบตัว

10 ความสุขใจที่หาได้ด้วย "ตัวคุณเอง"
1. เสียงเพลง เปิดฟังเพลงโปรดและร้องตามเสียงดัง ๆ ไปเลย
2. ฮัมเพลง ใช้เวลาอาบน้ำ ตอนเข้าครัว หรือทำความสะอาดบ้านให้เป็นประโยชน์ด้วยการฮัมเพลงเบาๆ กล่อมเกลาอารมณ์ให้เอ็นจอย
3. เปิดดูหนังตลก การหัวเราะแล้วหัวเราะอีกจะช่วยสลัดอารมณ์บูด ๆ ของคุณให้หายไปพลัน
4. นั่งอ่านนิตยสารในมุมโปรด นี่คือช่วงเวลาผ่อนคลายดีๆ ที่คุณได้อยู่กับตัวเอง อย่างเต็มที่ ซึ่งก็ไม่แน่ว่าหน้านิตยสารที่คุณกำลังเปิดอ่านอยู่นั้นอาจทำให้คุณค้นพบแรงบันดาลใจหรือปิ๊งไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาก็ได้
5. ร้านหนังสือตามห้างใหญ่ ๆ มีมุมให้นั่งอ่านฟรี ถ้าคุณจะลองใช้บริการนั้นดูเสียบ้าง มันไม่น่าอายหรอก
6. ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น พาสุนัขไปวิ่งด้วยกัน หรือยักย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเพลง
7. สำรวจวัตถุดิบในตู้เย็น เผื่อได้อาหารหรือเบเกอรีสูตรใหม่ๆ แต่ถ้าหากคุณไม่ได้เมนูใหม่ก็ไม่เป็นไร เพราะคุณอาจค้นพบว่ามีของอีกเพียบที่หมดอายุแล้วแต่ยังแช่อยู่ในตู้เย็น
8. ลองพัฒนาฝีมือทำเครื่องดื่ม หรือคิดค้นเป็นสูตรของตัวเอง เช่น เลมอน วัอดก้า โกโก้ปั่นกล้วย เป็นต้น
9. ทำความสะอาดบ้าน หรือจัดมุมเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ซึ่งคุณจะสุขใจเพราะบ้านดูสะอาดตา และสุขกายตามมาเพราะน้ำหนักคุณอาจจะลดลงไปด้วย
10. ศิลปศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ ระบายสี ประดิษฐ์ประคอย กระเป๋า หมวก เสื้อผ้า รองเท้า หรือของใช้ต่างๆ ก็ล้วนแต่เป็นความสุขใจที่อาจแปลงเป็นเงินให้คุณได้ในภายหลัง



5 ความสุขใจที่หาได้กับ "คนที่คุณรัก"
1. เล่นไพ่ ไม่จำเป็นหรอกว่าจะต้องพนันเงินกันแบบหมดหน้าตัก เอาแค่พนันพอสนุกๆ ก็ได้ เช่น ใครแพ้ต้องไปทำท่าตลกที่หน้าบ้านเป็นเวลา 5 นาที หรือใครชนะไม่ต้องทำความสะอาดบ้านตลอด 1 อาทิตย์ เป็นต้น
2. ต่อจิ๊กซอว์รูปภาพ ใครว่าต่อจิ๊กซอว์คนเดียวสนุกกว่า ไม่จริงหรอก เพราะอย่างน้อยก็มีคนช่วยบอกคุณว่า "นั่นเธอกำลังต่อผิดแล้ว"
3. เล่นปริศนาทายคำ เช่น ครอสเวิร์ด (crossword) แสครปเบิล (scrabble) บอร์ดเกม (Board game) หรือโดมิโน (Domino) กิจกรรมนี้สร้างสรรค์ทีเดียว ช่วยพัฒนาทักษะและกระบวนความคิดให้ฉับไว ที่สำคัญคือ คุณจะรู้ว่างานนี้ใครเก่งอังกฤษ หรือใครเก่งเลขที่สุดในบ้าน
4. กิจกรรมออกกำลัง ไม่ต้องชวนไปรวมตัวกันที่ยิมก็ได้ แค่วิ่งเล่นกันหน้าบ้านก็สนุกได้แล้ว ถ้าคุณนึกไม่ออก คุณก็ลองนึกถึงเด็กๆ วิ่งเล่นไล่จับกินซิ น่าสนุกจะตาย
5. วางแผนบางอย่างร่วมกัน นี่เป็นอีกหนึ่งความสุขใจที่สร้างสีสันได้ทีเดียว เพราะทุกคนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างออกรส เช่น วางแผนไปเที่ยว วางแผนซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่เข้าบ้าน วางแผนกิจกรรมสุดสัปดาห์ เป็นต้น


ความสุขใจที่หาได้จาก "คนรอบข้าง"
1. ส่งยิ้มทักทาย เช้าๆ ตอนรอลิฟท์ ถ้าเจอคนรู้จักก็ส่งยิ้มทักทายเลย ไม่ต้องหลบสายตาหรอก เพราะนี่จะทำให้ผู้อื่นเห็นว่าคุณมีอัธยาศัยดีน่าคบหา
2. คำพูดพื้นฐาน "ขอบคุณ" หรือ "ขอโทษ" มารยาทพื้น ๆ ที่คุณไม่ควรอายหากต้องพูดออกมา
3. ทำตัวร่าเริงแจ่มใส คุณต้องไม่ลืมนะว่าคนอื่นไม่รู้หรอกว่าคุณกำลังมีปัญหาอะไร ดังนั้นต่อให้คุณเศร้าแค่ไหน ก็ต้องร่าเริงแจ่มใสเข้าไว้เพื่อบรรยากาศที่ดีในการทำงาน
4. ลองทำ E-card แล้วส่งให้กับคนที่คุณรู้จักในเทศกาลหรือวันพิเศษ นี่เป็นวิธีการน่ารัก ๆ ที่บ่งบอกกับใครๆ ได้อย่างชัดเจนว่าคุณมีความคิดสร้างสรรค์แค่ไหน
5. กล่าวชื่นชมผู้อื่นบ้างตามโอกาส ความสุขใจจะอยู่ตรงที่คุณจะได้รอยยิ้มกระชับมิตรกลับคืนมา
6. ลองเป็นอาสาสมัครโรงการเพื่อสังคม เช่น การอ่านหนังสือให้คนตาบอดฟัง เป็นอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ เป็นต้น นี่เป็นวิธีสุขใจที่ได้บุญด้วย




10 ความสุขใจที่หาได้จาก "ธรรมชาติ"
1. หาโอกาสเงยหน้ามองท้องฟ้าและดวงดาวสักคืน
2. เดินเล่นในสวนสาธารณะ
3. ปั่นจักรยานเล่นพลางชมนกชมไม้เรื่อยเปื่อยดูบ้าง
4. เล่นกับธรรมชาติแบบเด็กๆ เช่น หาน้ำหวานจากเกสรดอกเข็ม หาเมล็ดต้อยติ่งมาลอยน้ำเล่น เป็นต้น
5. จัดระเบียบสวน จัดมุมสวนใหม่
6. นั่งชมพระอาทิตย์ยามเย็น
7. ออกมานั่งทานของว่างในสวน หรือเปลี่ยนมากินข้าวเย็นในสวน ใครอยู่อพาร์ทเม้นท์หรือคอนโดก็ออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ นี้ที่ระเบียงแทนได้
8. นั่งดูนก ดูปลา ชื่นชมดอกไม้และต้นไม้
9. เก็บภาพธรรมชาติที่คุณคิดว่าสวย
10. ลองปลูกดอกไม้หรือต้นไม้ของตัวเอง สักต้น แล้วตั้งชื่อให้กับต้นไม้นั้น การได้มองดูต้นไม้เติบโตแตกกิ่งใบออกดอกออกผลมอบความสุขให้กับคุณได้อย่างลึกซึ้งทีเดียว

เทคนิคสร้างสมาธิในการเรียน

เทคนิคสร้างสมาธิในการเรียน
บอกลาอาการง่วง ซึมเซา วอกแวก ฟุ้งซ่าน ด้วยวิธีเสริมสร้าง “สมาธิ” อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยหลักปฏิบัติง่าย ๆ 5 ข้อ

วัยเรียนหลายคนที่มักเผชิญปัญหาสมาธิสั้น หรือบ่อยครั้งจดจ่อกับกิจกรรมเป็นบางเรื่อง แต่ก็เพียงระยะเวลาไม่นานนัก นั่นเป็นเพราะน้อง ๆ อาจละเลยความสมดุลของตารางกิจวัตรประจำวันไป จนส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ และจดจำ อย่างไรก็ตาม ภาวะดังกล่าวปรับแก้ได้ด้วย 5 วิธีสร้างสมาธิง่าย ๆ ดังนี้

เริ่มจาก หลับเพื่อสมอง ในอัตราที่เพียงพอ 6-7 ชั่วโมง ระบบประสาทจะถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ เตรียมพร้อมสำหรับการเรียนในวันถัดไป บอกลาอาการง่วง ซึมเซาได้เลย หากนอนให้เป็นระบบทุกวัน ร่างกายจะคุ้นชิน และส่งผลดีต่อสมองในระยะยาวด้วย

เลี่ยงคาเฟอีนเข้มข้น แม้ผลวิจัยในต่างประเทศจะพบว่า คาเฟอีนจัดเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ลดความง่วง เหนื่อยล้า กระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า ทำให้กลไกการคิดรวดเร็ว และมีสมาธิมากขึ้น แต่ทั้งนี้ ต้องได้รับในปริมาณไม่มากเกินไป สำหรับวัยเรียนลองลดความเข้มข้นจากกาแฟเป็นชาจะเหมาะต่อสุขภาพมากกว่า

ขยับกายยืดเส้นยืดสาย ในระหว่างรอเรียน หรือเปลี่ยนคาบเรียน อาจลุกเดินรอบ ๆ ห้อง ก้ม เงย หยุดพักสายตาที่สนามสีเขียว หรือจิบน้ำเปล่าบ้าง ช่วยเติมความสดชื่น คลายเครียด คลายกล้ามเนื้อ และเป็นการเรียกสมาธิให้กลับคืนมา

สร้างสมาธิด้วยโยคะ รวมถึงการออกกำลังกายลักษณะอื่น อาทิ วิ่งเหยาะ ๆ ว่ายน้ำ ฯลฯ เมื่อร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน จะรู้สึกกระชุ่มกระชวย นอกจากช่วยคลายเครียดแล้ว ยิ่งปฏิบัติสม่ำเสมอจะทำให้จิตใจสงบ ไม่วอกแวก หรือฟุ้งซ่าน มีผลต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้นานขึ้นด้วย

กำหนด หรือควบคุมเวลา โดยเฉพาะเมื่อต้องสะสางงาน รายงาน การบ้าน อ่านหนังสือ รวมถึงกระทำสิ่งต่าง ๆ โดยตั้งเป้าช่วงเวลาเสร็จสิ้นให้ชัดเจน เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับกระตุ้นสมองให้เร่งตอบสนอง จดจ่อ มุ่งมั่นอยู่กับความรับผิดชอบนั้น ๆ

นับเป็นพื้นฐานเบื้องต้นในการปรับสมดุล และความแปรปรวนของร่างกาย สู่การเสริมสร้างสมาธิอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยวิธีง่าย ๆ ข้างต้น ลองนำไปปรับใช้ดูนะคะ.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

เช็ดตัวลดไข้ ใช้ "น้ำอุ่น" หรือ "น้ำเย็น"?

เมื่อเป็นไข้ ตัวร้อน หลายๆ คน จะรีบหยิบยาลดไข้มารับประทาน แต่ถ้าตัวร้อนจนรู้สึกเพลียมากๆ แม้รับประทานยาไปแล้ว อาการที่เป็นดูจะยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ ก็คงต้องเพิ่มตัวช่วยอย่างการนำผ้าชุบน้ำอุณหภูมิปกติมาประคบลงบนหน้าผาก แล้วนอนพักผ่อน

ทว่ารู้สึกตัว ตื่นขึ้นมาอีก กลับพบว่าอาการไข้ยังมีอยู่ คงต้องเช็ดตัวลดไข้ช่วยอีกทางหนึ่ง แต่ดูเหมือนบางคนก็ใช้น้ำเย็น บางครั้งถึงกับเอาน้ำแข็งมาผสมใส่น้ำ ขณะที่บางคนกลับเลือกใช้น้ำอุ่น แล้วในความเป็นจริง น้ำเย็น หรือน้ำอุ่น กันแน่ ที่ใช้เช็ดตัวแล้วช่วยให้ไข้ลดได้

คำตอบของข้อข้องใจนี้ ก็คือ "น้ำอุ่น" เนื่องจากผ้าที่ชุบน้ำอุ่นแล้วบิดหมาดๆ นำมาเช็ดตามตัวให้ผิวหนังออกแดงๆ จะช่วยให้เหงื่อออก ถือเป็นการช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนจากพิษไข้ออกมา ลดอุณหภูมิของร่างกายลงอย่างได้ผล

เหตุที่ไม่ควรใช้น้ำเย็นมาเช็ดตัว เพราะน้ำเย็นจะยิ่งทำให้คนเป็นไข้ยิ่งรู้สึกหนาวสั่นกว่าเดิม แถมความเย็นจากน้ำ ยังทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังหดเกร็ง ถือเป็นการเพิ่มการใช้พลังงาน ทำให้ความร้อนในร่างกายเพิ่มขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม เวลามีไข้ นอกจากการรับประทานยาลดไข้ ประคบผ้าชุบน้ำไว้ที่หน้าผาก เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นแล้ว ยังควรดื่มน้ำอุณหภูมิห้องให้มากๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ฝึกหัดภาษาอังกฤษ : promise

promise
สวัสดีน้องๆ ที่น่ารักทุกคน

เมื่อเราใช้คำว่า promise คือเราสัญญาว่าจะทำสิ่งใดๆ

I promise I am telling the truth. ผมสัญญาว่าผมจะบอกความจริง

I promise to practice my math. หนูสัญญาว่าจะฝึกคณิตศาสตร์

I promise to call you. ฉันสัญญาว่าจะโทร.หาเธอ

I promise I will come to your party. ผมสัญญาว่าจะไปงานเลี้ยงของคุณ


ส่วนสัญญาว่าจะไม่ทำ ใช้ promise not to

I promise not to tell. ฉันสัญญาว่าจะไม่บอก

I promise not to leave without you. ผมสัญญาว่าจะไม่ทิ้งคุณไป

I promise not to be so late. หนูสัญญาว่าจะไม่สาย

I promise not to hurt your feelings. ฉันสัญญว่าจะไม่ทำร้ายความรู้สึกคุณ


ส่งท้ายด้วยภาษิตฮีบรูที่ว่า
Promise little and do much สัญญาให้น้อย แต่จงทำให้มาก

แล้วพบกันใหม่จ้า
คอลัมน์ ฝึกหัดภาษาอังกฤษ
พี่ปู

ผลร้ายของ มันฝรั่งทอด


มันฝรั่งตัวการ
ขนมขบเคี้ยวแสนอร่อย "มันฝรั่งทอดกรอบ" ที่ใครๆ ก็ติดอกติดใจในรส ชาติ แต่นอกจากโรคอ้วนและเบาหวาน ที่ตามมากับถุงขนมแล้ว ยังมีภัยน่ากลัวอะไรอีกบ้างนะ

ดร.โจชัว เธลเลอร์ นักวิทยาศาสตร์ จากศูนย์วิจัยโรคอ้วนและเบาหวาน มหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ทดสอบนำมันฝรั่งทอดกรอบให้หนูทดลองกิน เป็นเวลานาน 1 สัปดาห์ ปรากฏว่าเพียง 3 วันให้หลัง บรรดาหนูทดลองเหล่านี้ กลับมีความต้องการบริโภคอาหารมากกว่าเดิมถึง 2 เท่าตัว แถมยังตรวจพบว่า เซลล์ประสาทในสมอง บริเวณไฮโปทาลามัส ที่มีหน้าที่ควบคุมความสมดุลของน้ำหนัก พฤติกรรมการกิน และการแสดงออกทางอารมณ์ เกิดเป็นรอยแผลอักเสบขนาดกว้าง

ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียการรับรู้เมื่อหิวและอิ่ม หนูทดลองจึงกินอาหารเข้าไปเรื่อยๆ จนกว่าร่างกายจะต่อต้านเอง เริ่มตั้งแต่หายใจไม่ออก จนกลายเป็นโรคมัลติเพิลสเคลอโรซีส ที่อาจส่งผลให้สูญเสียความจำระยะสั้น และเสี่ยงต่อความพิการได้อีกด้วย

คอลัมน์ เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์
นสพ.ข่าวสด

6 โรคร้ายจากการกิน

เรื่องนี้นำมาจากรายงานในนิตยสาร "รักลูก" ฉบับเดือนก.ค.

องค์การอนามัยโลกระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิตของผู้คนทั่วโลกในปี 2548 พบว่ามีถึง 35 ล้านคนที่เสียชีวิตจาก 6 โรคเรื้อรัง ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1.โรคหัวใจและหลอดเลือด : เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้คนในโลก ปัจจัยหลักมาจากการกินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ เช่น กินไขมันที่เป็นโทษต่อร่างกาย กินของมัน ของทอด ไม่กินผักผลไม้

2.โรคมะเร็ง : องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่า ในปี 2563 ทั่วโลกจะมีคนตายเพราะโรคมะเร็งมากกว่า 11 ล้านคน ปัจจัยหลัก นอกจากสารพิษปนเปื้อนและตกค้างในอาหาร การใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อโรคมะเร็ง เช่น การอุ่นอาหารในไมโครเวฟ การดื่มสุรา สูบบุหรี่ ก็มีส่วนสำคัญ

3.โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ : ซึ่งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอตั้งแต่วัยเด็กและสะสมเรื่อยมาและกลายเป็นโรคเรื้อรัง เนื่องจากไม่ได้กินนมแม่ และกินอาหารช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน

4.กระดูกเปราะ ฟันผุ : สาเหตุมาจากการกินน้ำตาลมากเกินไป ทุกวันนี้พบเด็กไทยอายุต่ำกว่า 3 ขวบฟันผุสูงขึ้น และยังทำให้ขาดสมาธิ หงุดหงิดง่าย ติดเชื้อโรคได้ง่าย เพราะน้ำตาลเป็นอาหารของเชื้อโรคทุกชนิด

5.โรคอ้วน : แม้พันธุกรรมจะเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของโรคอ้วน แต่สาเหตุใกล้ตัวอย่างการกินอาหารมากเกินไป กินไม่ถูกหลักโภชนาการ ไม่ออกกำลังกาย ก็ไม่ควรมองข้าม

6.โรคเบาหวาน : ประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ 388,551 ราย เสียชีวิต 7,752 ราย ผู้ป่วย 50% ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเบาหวาน สาเหตุการป่วยมาจากการกินขนมหวาน ผลไม้รสหวานจัด ดื่มน้ำอัดลม เหล้า เบียร์ ฯลฯ

ทั้ง 6 โรค ล้วนมีสาเหตุจากการกินทั้งสิ้น ซึ่งคนส่วนมากมักมองข้าม!

คอลัมน์ เก็บเรื่องมาเล่า
ชนา ชลาศัย

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

'พิ้งกี้' เขินใส่ชุดว่ายน้ำเล่นหนัง 'อินเดีย'


'พิ้งกี้' เขินใส่ชุดว่ายน้ำเล่นหนัง 'อินเดีย' โล่งใจเห็นผลงาน-ฟ้าหลังฝนสดใสชีวิตเดินหน้า

"งานละครต้องรอก่อนเพราะจะไปอินเดียอยู่แล้ว วันที่ 10 กว่าจะต้องไปให้สัมภาษณ์สื่อเขาและโปรโมตเป็นเดือนๆ เลย" นางเอกสาวตาคม 'พิ้งกี้'สาวิกา ไชยเดช เผยถึงงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง "MARKADEYAN" ของประเทศอินเดีย ที่เพิ่งเดินทางไปร่วมงานเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้

จากนั้นเผยอีกว่า "ฟีดแบ็กหนังยังไม่ออก ก็มีโปรโมตหลายที่ จีน ฮ่องกง ตื่นเต้นต้องพูดเป็นภาษาเขา ภาษาอังกฤษ"

มีข่าวว่าหนังเรื่องใหม่ติดต่อมาแล้ว "ค่ะ ผู้จัดการรับไว้ แต่ที่โน่นเขาก็รอให้หนังออกก่อนเพราะเราโนเนม แต่ก็เริ่มมีแฟนชาวอินเดียเข้ามาคุยในเฟซบุ๊ก อยากเห็นตัวจริง ทำให้ชื่นใจว่าผลงานที่เราตั้งใจออกมาสำเร็จหายใจโล่งแล้ว และยังมีอีกหลายก้าวที่ต้องทำ ยังแค่จุดเริ่มต้น"

ในหนังมีชุดว่ายน้ำด้วย "ใช่ค่ะ 10 วินาทีเอง ผู้กำกับฯ อยากให้เป็นฉากเปิดตัวนางเอก เกลี้ยกล่อมนาน เวลาถ่ายก็จะเอาขามาบังไม่ให้น่าเกลียด แม่คุมด้วย เราก็นอยด์ อาจแปลกตาไม่เคยเห็นกี้ใส่ชุดว่ายน้ำ เขินเหมือนกัน เวลาถ่ายก็จะให้คนออกไปหมด แต่ในฉากก็ไม่ได้น่าเกลียด"

นางเอกสาวเผยอีกว่า "ส่วนงานในไทยน่าจะมีเห็นในอนาคต ผู้ใหญ่หลายท่านก็ถามว่าเมื่อไหร่จะกลับมาทำงานโอกาสอาจมีด้านอื่นมากกว่าอย่างเพลง เป็นเพลงที่ทำกับพี่ชายและพี่ๆ เพื่อนเขา ที่กี้เรียนเต้นก็เอามาใช้ เร็วๆ นี้น่าจะได้เห็น ฟ้าหลังฝนสดใสขึ้นทุกคนต้องเดินหน้าต่อไป ต้องไม่หยุดอยู่กับที่ กี้ว่าเวลาต้องผ่านไป เดี๋ยวเราจะไปอินเดีย เครียดก็เต้นไป"

ยิ่งลักษณ์ + มาร์ค

"ยิ่งลักษณ์" สร้างประวัติศาสตร์ นายกฯหญิง "มาร์ค" รับแพ้

เลือกตั้งครั้งประวัติ ศาสตร์ เพื่อไทยชนะถล่มทลายได้ส.ส.เกินครึ่ง ส่ง′ยิ่งลักษณ์′เป็นว่าที่นายกฯ หญิง คนแรกของประเทศ โดยกวาด ส.ส.รวม 264 คน ทิ้ง ปชป.หลุดลุ่ย ได้รวมแค่ 160 คน ภูมิใจไทยลุ้นไม่ขึ้นต่ำกว่า 40 พรรคเติ้งแค่ 20 ต้นๆ ชาติพัฒนาฯต่ำ 10 พลังชลเซอร์ไพรส์ซิว 7 ชูวิทย์ยิ้มร่าได้ 4 ปุได้คนเดียว ′มาร์ค′แถลงตอนค่ำยอมรับความพ่ายแพ้ แสดงความยินดียิ่งลักษณ์ผู้นำหญิง เปิดใจตัดสินใจอนาคตตัวเอง ท่ามกลางกระแสลาออกหัวหน้าปชป. ′ยิ่งลักษณ์′แถลงขอบคุณทุกคะแนน และทุกพรรค ขอทำหน้าที่ตามที่ประชาชนไว้วางใจ

มาร์คแถลงรับความพ่ายแพ้
เวลา 19.35 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาเป็นไปอย่างเรียบร้อย และขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ให้กับประชาธิปัตย์ ผลเลือกตั้งที่ออกมาชัดเจนว่าเพื่อไทยได้รับชัยชนะ ประชาธิปัตย์ยอมรับความพ่ายแพ้ และยินดีกับเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล และน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่จะได้เป็นนายกฯ และเป็นครั้งแรกของไทยที่จะมีนายกฯหญิงคนแรก แสดงให้เห็นว่าไทยเปิดโอกาสให้ผู้หญิงขึ้นมาดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงสุด

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า จากวันนี้พรรคต้องการเห็นความสามัคคี ปรองดอง เห็นรัฐบาลใหม่เดินหน้าทำตามนโยบายที่ประกาศและสัญญาไว้กับประชาชน ประชาธิปัตย์จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ ร่วมมือกับรัฐบาลทำงานที่จะไม่สร้างความเสียหายให้บ้านเมือง และแม้เพื่อไทยจะได้ส.ส.มากที่สุดในสภา แต่คะแนนบัญชีรายชื่อไม่ถึงกึ่งหนึ่งถือว่าประชาชนไม่ได้ให้ฉันทามติในการล้างความผิด หรือนิรโทษกรรมให้กับใคร สำหรับตนจะรอดูผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน แต่มีคำตอบไว้ในใจแล้ว
จาก ข่าวสด วันที่ 4 ก.ค. 2554

ห่วงสวย-ส่งผลร้าย

เพราะใครๆ ก็อยากมีหุ่นผอมปลิวลม ตามอย่างดารานักร้อง จนบางคนยอมอดข้าวเพื่อจะได้สวยสมใจ แต่รู้ไหมว่าจะต้องแลกด้วยสุขภาพของตัวเอง และลูกหลานในอนาคตด้วยนะ

ดร.ไดแอนน์ นูมาร์ก สแตนเนอร์ ผู้เชี่ยวชาญทางระบาดวิทยา จากมหาวิทยาลัยมินเนโซตา สหรัฐอเมริกา วิจัยเด็กที่มีอายุระหว่าง 10-17 ปี จำนวน 2,257 คน โดยเก็บข้อมูลด้านสุขภาพและพฤติกรรมการกินอยู่ เป็นเวลานาน 10 ปี

ปรากฏว่า เด็กที่เคยมีปัญหาหลีกเลี่ยงอาหาร เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนต้น ตั้งแต่อายุ 10-14 ปีนั้น จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคบูลิเมียและโรคอนอเร็กเซีย ต่อเนื่องไปจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มากกว่าเด็กปกติทั่วไป ถึงร้อยละ 20.4 เลยทีเดียว เพราะการบังคับตัวเองให้อดอาหารอยู่เรื่อยๆ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบสมองและสภาพจิตใจ จนกลายเป็นโรคประสาทเรื้อรัง ที่ต้องควบคุมร่างกายไม่ให้อ้วนขึ้น แถมมีโอกาสสืบทอดเป็นกรรมพันธุ์สู่ลูกหลาน ให้มีความเสี่ยงเช่นเดียวกันได้อีกด้วย
เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์
นสพ.ข่าวสด